
“อดีตป.ป.ช.” ติดใจคดีสินบนเหล้าอืด
“อดีตป.ป.ช.” ติดใจคดีสินบนเหล้าอืด ทั้งที่ข้อมูลจากสหรัฐฯชัด ชี้กม.ควบคุมเก็บภาษี มีช่องโหว่ให้ จนท.รัฐเอื้อผู้นำเข้าได้
นายเมธี ครองแก้ว อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีบริษัทผู้ผลิตสุรารายใหญ่ของอังกฤษ แต่มีการจดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นนิวยอร์ค ได้ละเมิดกฎหมายเอฟพีซีเอ ของสหรัฐ ด้วยการติดสินบนหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วยว่า สมัยเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ตนเป็นผู้เดินทางไปเอาข้อมูลมาจากอัยการสหรัฐฯเอง แต่ไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบคดีดังกล่าว เนื่องจากเป็นหน้าที่ของกรรมการ ป.ป.ช.ท่านอื่นที่ดูแลคดีเกี่ยวกับของกระทรวงการคลัง อย่างไรก็ตามในฐานะที่ตนเป็นผู้ประสานข้อมูลมาก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจที่ปัจจุบันเรื่องในชั้น ป.ป.ช.ไม่คืบหน้าเท่าที่ควร
"เรื่องนี้ควรจะจบนานแล้ว เนื่องจากได้รับข้อมูลมา 5 – 6 ปีแล้ว แต่ไม่ทราบว่าติดขัดประการใด ซึ่งหากผมยังมีหน้าที่อยู่ ก็แน่ใจว่าเรื่องจะไม่ช้าเช่นนี้ ข้อมูลที่ผมไปประสานมาจากอัยการของสหรัฐฯ มีระบุชื่อทั้งหมดว่าใครรับสินบนบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการไต่สวนเท่านั้น” นายเมธี กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงยังมีการหลบเลี่ยงภาษีได้ เพราะในอดีตก็มี พ.ร.บ.สุราฯควบคุมการจัดเก็บภาษีอยู่ นายเมธี กล่าวว่า บางครั้งมีช่องโหว่ในเรื่องของการกำหนดขนาดดีกรีและส่วนผสมของสุรา นอกจากนี้ บางทีมีลักษณะของการเข้าข่ายต้องเสียภาษีจริง มีช่องทางที่ทำให้การนำเข้าง่ายขึ้น จะมีวิธีการในการบริหารต่างๆ กัน ซึ่งผู้มีอำนาจในรัฐบาลสามารถเอื้อประโยชน์ให้ได้ หรือบางทีอาจจะเรียกว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ตามกฎหมายก็ได้ เพียงแต่อาจจะต้องออกแรงมากหน่อย เมื่อได้ตามที่ต้องการ ก็จะมีของขวัญมาให้ โดยตรงนี้จะต้องพิสูจน์กันในกระบวนการไต่สวน
เมื่อถามต่อว่า ล่าสุดมีการนำ พ.ร.บ.สุราฯไปรวมอยู่ใน พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฯฉบับใหม่ ซึ่งก็มีข้อกังวลว่าการกำหนดพิกัดภาษีของสุราต่ำกว่าเบียร์หรือไวน์ถึง 3 เท่าตัว อาจเป็นการเปิดช่องเรียกสินบนจากส่วนต่างภาษีกับสินค้าประเภทเบียร์และไวน์ได้ นายเมธี กล่าวว่า ความเป็นจริงเจ้าหน้าที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้ได้ถ้าเขาอยากจะทำให้ ซึ่งตรงนี้ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่แต่ละคนว่าเขาอยากทำงานอย่างไร อย่างไรก็ตาม สำหรับตนคิดว่าการป้องกันที่ดีที่สุดคือ เจ้าหน้าที่ต้องมีความตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ สุจริต



