ข่าว

ศูนย์ปรองดองฯ ถก“กำนัน-ผญบ.”ทั่ว ปท.รับฟังความเห็น“การเมือง"

ศูนย์ปรองดองฯ ถก“กำนัน-ผญบ.”ทั่ว ปท.รับฟังความเห็น“การเมือง"

11 ก.พ. 2560

  ศูนย์ปรองดองฯ ถก“กำนัน-ผญบ.”ทั่ว ปท.รับฟังความเห็น “การเมือง-สเปคผู้นำ”หลังเลือกตั้ง

 

            ที่เทศบาลตำบลหนองบัว จ.กาญจนบุรี เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 ก.พ. ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป(ศปป.) ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น จากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในเขตอำเภอเมืองจ. กาญจนบุรี ตามโครงการสร้างความเข้มแข็งสู่การปฏิรูปสังคม   

             พล.ท.ณัฐ อินทรเจริญ รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองฯ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำทัองที่ที่มาร่วมเวทีในวันนี้ ทุกคนรักประเทศและท้องถิ่นของตนเอง ตอนมีเหตุการณ์ตนดำรงตำแหน่ง ผบ. พล.ร.9 เหตุการณ์เงียบสงบดี ในปัจจุบัน กองทัพภาคที่ 1 ได้มอบหมายให้ทาง ศูนย์ปรองดองฯ จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาโดยมีเป้าหมายรับฟังความเห็นจากผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นข้าราชการที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด เพื่อต้องการเสียงสะท้อนว่าต้องการการเมืองแบบไหน ผู้นำการเมืองอย่างไร  “ พวกท่านอยู่กับประชาชนมาตลอด พรบ.ลักษณะปกครองท้องที่ 2457มีการประกาศใช้มาอย่างยาวนาน องค์กรของท่านถือว่าเป็นองค์กรชี้เป็นชี้ตาย อยู่ใกล้ชิดชาวบ้าน ช่วยให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ปราศจากความทุกข์ยาก ถือเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิดอย่างแท้จริง ท่านต้องเข้าใจข่าวสาร การทำงานของรัฐบาล ในช่วงนี้รัฐบาลกำลังทำงานหนัก ทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกฯ แต่งานทั้งหมดจะถึงประชาชนหรือไม่อยู่ที่พวกท่าน ซึ่งเป็นข้าราชการประจำท้องที่ ที่พร้อมชี้แจงประชาชนได้ เช่น แนวทางของ ปยป. ในงานสร้างความปรองดอง เป็นต้น เราเป็นข้าราชการสวมเครื่องแบบ มีศักดิ์ศรี ทำเพื่อประเทศชาติ พื้นที่ของเรา อะไรที่เป็นความขัดแย้งก็อย่าให้เกิดขึ้นอีก สร้างเครือข่ายขยายความดี ปฏิวัติล้างความชั่วร้าย หันมาก่อการดีทุกอย่างต้องอยู่ที่ความมั่นคงทางจิตใจของทุกคน ไม่ใช่แค่คำพูด หรือ เอกสาร ข้อตกลงเป็นข้อๆและต้องนำสิ่งที่คิดไปปฏิบัติ เพื่อให้การเมืองหลังเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น”  พล.ท.ณัฐ กล่าวอีกว่า เราเป็นเจ้าของพื้นที่คงไม่อยากให้คนที่ไม่หวังดีมาทำให้บ้านเราไม่สงบสุข อยากให้ท่านตระหนักว่าเหตุการณ์ก่อนวันที่ 22 ก.พ.บ้านเมืองวิกฤตไม่สามารถเดินต่อไปไม่ได้ เข้าสู่กับดักความขัดแย้ง ความรุนแรง ไม่สามารถใช้งบประมาณได้. ตอนนั้นมีการเชิญนักการเมืองมาคุยแต่ก็ไม่ยอมกัน ทหารจึงต้องออกมาควบคุมสถานการณ์ เพราะเข้าสู่โหมดความขัดแย้งรุนแรงมหาศาล ถึงขนาดเอาธงชาติมาตีกัน แต่คนที่ตีกันนั้นไม่เคยทำอะไรเพื่อประเทศชาติ จนมาสู่การมี คสช. และ ตั้ง ศูนย์ปรองดองฯ เป็นคำสั่งที่2 สร้างบรรยากาศให้นำไปสู่การปรองดองให้ได้ โดยใช้สายงาน กอ.รมน. ที่มีทั้งผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ซึ่งตนเห็นพวกท่านที่เข้าใจ มีเวทีเป็นหมื่นๆ เวทีทั่วประเทศ เดิมจากแบ่งฝ่าย ความเห็นต่าง แต่ตอนหลังก้าวผ่านความขัดแย้ง ไม่มีฝ่าย มีแต่ฝ่ายรักประเทศ และพระเจ้าอยู่หัว เพราะไม่มีใครอยากเห็นความขัดแย้งรอบใหม่ จนเป็นภาระลูกหลานต้องมาแก้ปัญหา  

         “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯร. 10 ทรงมีพระบรมราโชวาทเมื่อวันปีใหม่ว่า สงบ สันติ ไร้ความขัดแย้ง ซึ่งต้องน้อมนำมาปฏิบัติด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ถือเป็นภารกิจแห่งชาติ ที่ต้องร่วมมือกันทุกคน ทั้งนี้คนไทยมีความสามารถ มีจิตใจที่ดี มีความกตัญญู เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักชาติ รักแผ่นดิน เชื่อได้ว่าความสามัคคี ปรองดองจะเกิดขึ้นได้แน่นอน” พล.ท.ณัฐ กล่าว  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการสร้างความเข้มแข็งสู่การปฏิรูปสังคม จะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจาก ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั่วประเทศ คู่ขนานไปกับการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองของอนุกก.รับฟังความคิดเห็นเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ ที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในกรอบการทำงานของ คณะกรรมการเตรียมการปรองดองสมานฉันท์ ต่อไป