
ไร้ข้อสรุปปรับแก้ร่างกม.สื่อฯ
“คณิต”เผยยังไม่มีข้อสรุป ต่อการปรับร่าง กม.ฯ สื่อ ตามที่วิปฯ สปท. ท้วงติง ฝาก กมธ. ไปทำการบ้าน หลังพบข้อเสนอ 2 ทางต่อการปรับ กก.สภาวิชาชีพฯ
6 ก.พ. -- พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) แถลงผลการประชุม กมธ.ฯ ซึ่งได้พิจารณาตามข้อเสนอและความเห็นของกมธ.วิสามัญกิจการสปท. (วิปฯ สปท.) ต่อประเด็นขอให้ทบทวนร่างพระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ว่า จากประเด็นที่ วิปฯสปท. ให้ความเห็นต่อ กมธ.สื่อฯ ทั้ง 6 ประเด็นนั้น มีบทสรุป คือ 1.กรณีชื่อร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพฯ มีความสอดคล้องกับเนื้อหาหรือไม่โดยกมธ. ยืนยันว่าจะคงชื่อร่างกฎหมายไว้เหมือนเดิม ขณะที่ประเด็นการปรับปรุงกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ ส่วนของที่มาจากปลัดกระทรวง 4 กระทรวง, กรณีลดจำนวนกรรมการสภาวิชาชีพฯ ที่มาจากตัวแทนภาครัฐ, การปรับปรุงเนื้อหาต่อประเด็นการให้สิทธิผู้เสียหายต่อการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนฟ้องร้องต่อศาล หรือ กรรมการสภาวิชาชีพ, ประเด็นการพิจารณาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน และ ประเด็นการเขียนเนื้อหาที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ นั้น เป็นประเด็นที่ กมธ.ฯ ได้ให้การบ้านกับ กมธ.ฯด้านการสื่อสารมวลชน ไปทำกรบ้านและพิจารณาหารูปแบบที่เหมาะสม รวมถึงให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาเนื้อหาที่เหมาะสมด้วย ดังนั้นต้องพิจารณาให้รอบคอบและไม่ให้กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ และให้นำกลับมาเสนอต่อที่ประชุม กมธ.ฯ ด้านสื่อสารมวลชนในการประชุมครั้งต่อไปวันที่ 14 ก.พ.
“การพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาของร่างกฎหมายนั้น ยืนยันว่าจะมีการรับฟังข้อเสนอของภาคสื่อมวลชนด้วย แม้ตัวแทนขอสื่อมวลชนที่ร่วมเป็นอนุกรรมการด้านสื่อสิ่งพิมพ์จะลาออก แต่เชื่อว่าประเด็นดังกล่าวจะไม่ทิ้งการฟังความเห็น เพราะแม้แต่ในขั้นประชาพิจารณ์ ของคณะทำงานกฤษฎีกา ของรัฐบาล หรือในชั้นของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะยังคงมีการสอบความเห็น” พล.อ.อ.คณิต กล่าว
พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธาน กมธ.ฯ ด้านสื่อมวลชน คนที่หนึ่ง กล่าวว่า สำหรับกรณีของการทบทวนกรรมการในสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาตินั้น ที่ประชุมได้เสนอความเห็นและรูปแบบการปรับเปลี่ยนที่หลากหลาย อาทิ ให้องค์กรสื่อมวลชนเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิในแขนงต่ง ๆ เข้ามาทำหน้าที่ทั้งหมด หรือ ให้ตัดตัวแทนภาครัฐออกจากตำแหน่งกรรมการ แต่เสนอให้มีตัวแทนขององค์กรอิสระ เช่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) หรือคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเข้าไปทำหน้าที่
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในการพิจารณาของกมธฯ ด้านสื่อสารมวลชนนั้น ยังมีประเด็นที่น่าสนใจ คือการจัดลำดับเรื่องปฏิรูปที่เร่งด่วนเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) โดยพล.อ.อ.คณิต กล่าวว่า เรื่องที่กมธ.ฯ จะเสนอให้เป็นวาระขับเคลื่อนการปฏิรูปเร่งด่วนที่สุด คือ รายงานข้อเสนอแนะและศึกษา เรื่อง ร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน และร่าง พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ (ฉบับที่...) พ.ศ.... รองลงมาคือ ร่างกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และ แนวทางด้านยุทธศาสตร์และแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ ซึ่งหลังจากรายงานต่อ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. แล้วจะนำเข้าสู่การประชุมของ คณะทำงาน ป.ย.ป. ที่มีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นเลขานุการต่อไป.



