ข่าว

ถ้ามีอำนาจจะล้ม "โครงการโรงไฟฟ้ากระบี่"

ถ้ามีอำนาจจะล้ม "โครงการโรงไฟฟ้ากระบี่"

04 ก.พ. 2560

"มาร์ค” ชี้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีไม่มีความหมาย เท่ากับสร้างจิตสำนึก ปชช. ลั่น ถ้ามีอำนาจจะล้ม "โครงการโรงไฟฟ้ากระบี่"



  

                 
          4 ก.พ. 60 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวบรรยาย ในหัวข้อ “การเมืองกับการบริหารเศรษฐกิจไทย” ตอนหนึ่งว่า การวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนั้น ยุคนี้เป็นไปได้หรือที่จะมีใครสามารถบอกได้ว่า 20 ปีข้างหน้าประเทศจะเป็นอย่างไร ดังนั้นจะเขียนอะไรลงไปลึกก็คงไม่ได้ ถ้าบอกว่าการเขียนยุทธศาสตร์ 20 ปีไว้ อะไรดีก็ทำอะไรไม่ดีก็ยกเลิกไป ถ้าบอกอย่างนั้นก็อยากถามว่าจะเขียนไว้ทำไม และปัญหาทางเศรษฐกิจของไทยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความไม่ต่อเนื่องทางนโยบาย รัฐบาลหนึ่งทำแต่รัฐบาลหลังจากนั้นไม่ทำ ดังนั้นการเขียนยุทธศาสตร์ 20 ปี ไม่มีความหมายเท่ากับสร้างความตระหนักให้ประชาชน สร้างความตื่นตัวทางสังคมเพื่อกดดันให้รัฐบาลต่อๆไปต้องทำ หากอยากเขียนยุทธศาสตร์ 20 ปี 1.ควรทำเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน 2.การตั้งเป้าหมายในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น เด็กไทยต้องสามารถพูดได้อย่างน้อย 2 ภาษา เป็นต้น แต่หากจะเขียนลงรายละเอียดโครงการนั้น โครงการนี้ไม่ได้  
          “อีกไม่กี่วันนายกฯจะต้องตัดสินใจเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ จ.กระบี่ ซึ่งผมพูดตรงๆ ว่าหากท่านตกลงจะสร้าง ถ้าผมเป็นรัฐบาลผมเลิกได้ผมก็จะเลิก เพราะปัจจุบันโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นไม่ได้มีความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงานทดแทน ทั้งที่ควรจะเป็นโรงไฟฟ้าปาล์มแทน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

แนะ "รบ." อย่าบริหารยึดตัวเลข "ศก." เหตุ จีดีพี เฉลี่ยต่อหัวที่สำนักงานสถิติฯ เก็บข้อมูลไม่สะท้อนความจริง 

         นายอภิสิทธิ์  กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยขณะนี้ ตัวเลขทางเศรษฐกิจทั้งจีดีพี หรือตัวเลขรายได้เฉลี่ยต่อหัวที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเก็บข้อมูลนั้น ไม่ได้สะท้อนความเป็นอยู่ที่แท้จริงของประชาชน ถ้าเราบริหารเศรษฐกิจแล้วใช้ตัวเลขนี้มาบริหารก็จะมีปัญหาว่าเราบริหารตอบโจทย์การแก้ปัญหาชีวิตคนได้จริงหรือไม่ ซึ่งปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นกับหลายประเทศ ไม่ใช่แค่ประเทศไทย    
          หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นอกจากนั้นตัวเลขเงินเฟ้อ ขณะนี้ประเทศไทยมีตัวเลขที่ต่ำมาก ทั้งที่สมัยที่ตนพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีข้าวแกง 25 บาทยังหากินได้ แต่ตอนนี้หากินไม่ได้แล้ว และต้องสั่งพิเศษถึงจะอิ่ม ซึ่งแสดงว่าค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้น ดังนั้นถึงเวลาที่เราต้องมาหาชุดตัวเลขชุดข้อมูลใหม่แล้ว เพราะตัวเลขที่สวนทางกับความเป็นจริงจะเป็นเรื่องที่อันตราย ทั้งนี้ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยนั้นมีประสิทธิภาพเพราะผ่านมาหลายเหตุการณ์ หลายปัญหาก็ยังพอไปได้ แต่ปัจจุบันเราเริ่มเสียความสามารถทางเศรษฐกิจ อาทิ ตัวเลขการส่งออกลดลง ตัวเลขการลงทุนใหม่ลดลง เป็นต้น   
          นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ว่า หลายคนอาจเข้าใจว่าตอนนี้เราอยู่ในเศรษฐกิจแบบ 3.0 แล้ว แต่แท้จริงคนส่วนใหญ่เราคือ 1.0 ดังนั้นจะต้องอาศัยการผสมผสานกัน เพราะอนาคตตนไม่ห่วงเรื่องการใช้เทคโนโลยีขอเด็กรุ่นใหม่ แต่ห่วงเรื่องจะมีใครปลูกข้าวให้เรากินหรือไม่ เพราะปัจจุบันชาวนาไม่อยากให้ลูกทำนา ดังนั้นถ้าเดินหน้าเศรษฐกิจแบบ 4.0 นั้นจะต้องไม่ลืมว่า จะอยู่ร่วมกับเศรษฐกิจแบบ 1.0 และ 2.0 ได้อย่างไร ทั้งนี้การทำให้ประเทศไทยเป็นเศรษฐกิจแบบ 4.0 นั้นโครงสร้างในประเทศต้องรองรับ วันนี้เราประกาศเป็น 4.0 แต่อูเบอร์กลับเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย ตนจึงเป็นห่วงว่าถ้าทีมเศรษฐกิจปัจจุบันมองว่า 4.0 คือเรื่องทางเทคนิคนั้นไม่ถูกต้อง นอกจากนั้นมองว่าการปฏิรูประบบการเงิน ยังไม่สอดคล้องกับเศรษฐกิจ 4.0 รวมทั้งการกระจายอำนาจที่เป็นอีกเหตุผลสำคัญเรื่องหนึ่งด้วย.