
“เอนก-สุจิต-ปณิธาน”จ่อนั่งผชช.คกก.ย่อย“ป.ย.ป.”
“สุวิทย์”ชี้ปฏิรูประบบราชการ เป็นจุดเริ่มต้นการปฏิรูป เรื่องอื่นต่อไป ลั่นการทำงาน “ป.ย.ป.” ต้องมีเป้าหมาย เพื่อประเมิน KPI
3 ก.พ. -- นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) บรรยายพิเศษเรื่อง “Thailand 4.0” ในการฝึกอบรมการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของผู้ตรวจราชการว่า หัวใจสำคัญของการปฏิรูปคือการปฏิรูประบบราชการ เพราะจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสนับสนุนเรื่องอื่นให้เดินหน้าต่อไปได้ หากส่วนนี้บกพร่องจะเป็นอุปสรรคในการปฏิรูป หากกฎหมายล้าหลังก็ต้องแก้ไข อย่างไรก็ตาม ป.ย.ป.ต้องกำหนดทิศทางว่าประเทศจะมีเป้าหมายอย่างไร เพื่อมุ่งไปสู่ในอนาคตแต่ละเรื่องที่ปฏิรูปว่าจะมีหน้าตาอย่างไร ทุกอย่างต้องมีตัวเลขและเป้าหมาย เพื่อให้มีเกณฑ์การประเมินคุณภาพ หรือ KPI
“นายกฯ”สั่ง“ป.ย.ป.”ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจ ปชช. หวังให้รู้ปฏิรูปเป็นเรื่องของทุกคนมีส่วนร่วมได้
จากนั้นนายสุวิทย์ ในสัมภาษณ์ถึงการทำงานของ ป.ย.ป. ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สั่งการให้คณะทำงานใน ป.ย.ป.ต้องลงพื้นที่ทำงาน พร้อมชี้แจงทำความเข้าใจการทำงานของป.ย.ป. เพราะสิ่งที่สำคัญคือการสร้างความรับรู้แก่ประชาชนแต่ละกลุ่ม ว่า ป.ย.ป.คืออะไร รัฐบาลผลักดัน ป.ย.ป.เพื่ออะไร สิ่งที่ประชาชนจะได้รับคืออะไร พล.อ.ประยุทธ์ จึงเห็นควรให้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจ อธิบายให้ประชาชนทราบว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 27 วาระการปฏิรูปที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)เสนอนั้นเป็นอย่างไร เหล่านี้เป็นเรื่องใกล้ตัวและมีความสำคัญต่อประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการบอกว่า ที่แท้จริงแล้วการปฏิรูปเป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องร่วมกัน โดยเฉพาะการปรองดองซึ่งเป็นเรื่องของทุกภาคส่วนที่ต้องมาช่วยกัน จึงเน้นย้ำให้สร้างความรับรู้ความเข้าใจ เพราะเห็นว่าการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเป็นสำคัญ
“สุวิทย์”ระบุผู้ทรงคุณวุฒิ ใน “ป.ย.ป.” ต้องหลากหลาย สังคมให้ความยอมรับ แย้ม “เอนก-สุจิต-ปณิธาน” จ่อนั่งผู้เชี่ยวชาญ คณะย่อย
นายสุวิทย์ กล่าวว่า สำหรับโครงสร้างการทำงานของ ป.ย.ป. ซึ่งจะต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิด้วยนั้น เบื้องต้นจะมีการตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ใน ป.ย.ป. คณะใหญ่ และอีกกลุ่มคือผู้ทรงคุณวุฒิใน 4 คณะกรรมการย่อย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการติดต่อทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการคนที่มีจากทุกภาคส่วน ทั้งเอกชน ภาคต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการภาครัฐ รวมถึงบุคคลจากภาคประชาสังคม เกษตร การศึกษา นักวิชาการ ฯลฯ เป็นผู้ที่คนส่วนใหญ่ให้การยอมรับ เบื้องต้นมีรายชื่อเกือบ 10 คนแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย เพราะต้องมีการทาบทามอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
“การทำงานของ ป.ย.ป.มีหลายมิติ จึงไม่ต้องการให้กระจุกอยู่แค่เฉพาะคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทั้งนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิใน 4 คณะกรรมการย่อยของ ป.ย.ป. อย่างคณะกรรมการสร้างความสามัคคีปรองดองอาจมีผู้เชี่ยวชาญ เช่น นายอเนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง สปช. นายสุจิต บุญบงการ อดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญหรือนายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นอกจากนี้อาจให้ผู้ทรงคุณวุฒิใน ป.ย.ป.ลงมาช่วยงาน 4 คณะย่อยด้วย” นายสุวิทย์ กล่าว



