ข่าว

“พุทธะอิสระ”ให้ปากคำดีเอสไอยันไม่ได้รุกป่าแม่วาง    

“พุทธะอิสระ”ให้ปากคำดีเอสไอยันไม่ได้รุกป่าแม่วาง   

01 ก.พ. 2560

“พุทธะอิสระ”ให้ปากคำดีเอสไอ ยันไม่ได้บุกรุกป่าแม่วาง เชียงใหม่ แจงทำกิจกรรมปลูกป่าสร้างแนวกัน ในผืนป่ามีแค่ขนำไม่ใช่กุฏิ

          1 ก.พ.  -- หลวงปู่พุทธอิสระ  เดินทางมาให้ปากคำพนักงานสอบสวนสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม  กรณีที่วัดพระธรรมกายร้องเรียนว่าบุกรุกป่าในพื้นที่ต.แม่วิน  อ.แม่วาง  จ.เชียงใหม่ โดยหลวงปู่พุทธะอิสระ  กล่าวภายหลังเข้าให้ปากคำว่า  อาตมาได้เข้าให้ปากคำโดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาเข้าไปยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าผืนดังกล่าว  เพียงแต่ร่วมกับประชาชน ป่าไม้จังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ เข้าไปช่วยกันปลูกป่าเป็นแนวกันชนไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปบุกรุกเพิ่มเติม  โครงการดังกล่าวผ่านการทำประชาพิจารณ์ของหน่วยงานราชการและมีการลงนามอนุมัติทุกครั้งกระทั่งปัจจุบันมีการตั้งงบประมาณใช้ดูแลรักษาพื้นที่ป่ากันชน ทั้งนี้ย้ำว่าจะยังปลูกป่าในพื้นที่อื่นต่อไป  เพราะทำมานานกว่า 10 ปีแล้ว หากจะกล่าวหาว่าเข้าไปยึดครองก็ไม่รู้ว่าเราจะได้ประโยชน์อะไรจากป่า   การแจ้งความของวัดพระธรรมกายเพื่อสร้างความเสียหายให้อาตมา  ขณะเดียวกันอาตมาจะนำข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกที่ดินของวัดพระธรรมกายเพื่อสร้างสิ่งปลูกสร้างมาให้ดีเอสไอตรวจสอบเพิ่มเติม  โดยเฉพาะเขตกันชนรอบนอกพื้นที่รอยต่อที่ติดกับปราจีนบุรี  สระแก้ว  แม่ฮ่องสอน  น่าน  เชียงราย เชียงใหม่  

          “วันนี้ได้ให้ข้อมูลพนักงานสอบสวนหมดแล้ว ปัญหาก็คือในป่ามีสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นขนำของชาวบ้านที่บุกรุกป่าปลูกไว้สำหรับเฝ้าไร่  เมื่อเราเข้าไปทำโครงการปลูกป่า เจ้าหน้าที่เห็นเราไปอาศัยหลบแดดหลบฝน  จึงคิดว่าสิ่งก่อสร้างนั้นเป็นกุฏิ  ซึ่งในบันทึกของป่าไม้ก็เขียนว่ามีสิ่งก่อสร้างเป็นกุฏิ โดยไม่ทราบว่ากุฏิกับขนำแตกต่างกันอย่างไร  ขณะที่ดีเอสไอก็ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วเห็นว่ามีแต่แคร่ไม้ไผ่และหลังคา  จะเป็นกุฏิได้อย่างไร”หลวงปู่พุทธะอิสระกล่าว 

         หลวงปู่พุทธอิสระ กล่าวถึงการเข้าจับกุมพระธัมมชโย ว่า  ไม่ทราบว่าพระธัมมชโยยังให้เกียรติผ้าเหลืองอยู่หรือไม่แต่การที่เจ้าหน้าที่ยังไม่เข้าจับกุมในช่วงนี้มองว่าเป็นเรื่องดี  เพราะคดีจะยิ่งเพิ่มขึ้น จากเดิมที่เคยแจ้งความไว้  57 คดี  ตอนนี้มีเพิ่มเป็น 300 กว่าคดี กลายเป็นแผลเน่าไปทั้งตัว แต่การให้โอกาสกับคนผิดมากไป สังคมอาจมองว่าไม่มีความเที่ยงธรรม แต่เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะนำคนผิดมาดำเนินคดีได้สำเร็จ

         พ.ต.อ.ไพสิฐ  วงศ์เมือง  อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงการเข้าค้นเพื่อจับกุมตัวพระธัมมชโย ว่า ขณะนี้ยังรอความพร้อมและประเมินสถานการณ์ทุกด้านอย่างรอบคอบ เพราะการเข้าปฏิบัติการครั้งนี้ต้องทำให้ได้ผล  จึงต้องสนธิกำลังหลายหน่วยงานไม่ได้ประสานเฉพาะตำรวจเพียงหน่วยเดียว  ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพื่อไม่ให้เป็นการกระทบกับแผนปฏิบัติการ  แต่สายข่าวดีเอสไอที่เข้าประจำจุดต่าง ๆ  ยังยืนยันข้อมูลการข่าวว่าพระธัมมชโยยังคงอยู่ภายในวัด