
“กรธ.”รับยากออกแบบกฏหมายส.ว.
“ชาติชาย”รับงานยากเขียนกม.ส.ว.ครบทุกกลุ่มความเชี่ยวชาญ เหตุไม่เคยมีการสำรวจ-รองรับ เตรียมลงพื้นที่ ตั้งคำถามปชช. ให้ส่งความเห็น จำนวนกลุ่มส.ว.-เลือกกันเองปลอดฮั
1 ก.พ. - นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยถึงการเตรียมรับฟังความเห็นของประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ในพื้นที่ 4 ภูมิภาค ช่วงปลายสัปดาห์นี้ ว่า ตนรับผิดชอบในการให้รายละเอียดต่อประเด็นร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. โดยหลักการที่จะสอบถามความเห็นประชาชน คือ การแบ่งกลุ่ม ส.ว. ตามความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติกำหนดเป็นเงื่อนไขไว้ ดังนั้นประเด็นที่ต้องถามประชาชน คือ ต้องการให้มี ส.ว. กี่กลุ่ม มีประสบการณ์ ความรู้ หรือประโยชน์ร่วมกันอย่างไรบ้าง 2.การเลือกกันเองของผู้สมัครเป็น ส.ว. ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าต้องให้เลือกกันเองภายในกลุ่มผู้สมัครหรือเลือกนอกกลุ่มผู้สมัครและเลือกกี่ครั้ง เลือกอย่างไร ดังนั้นสิ่งที่ต้องการความเห็นคือ หากให้เลือกกันเองจะมีวิธีป้องกันการสมยอม หรือฮั้วกันอย่างไร เพราะมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า หากผู้มีเงินและต้องการอิทธิพลทางการเมือง อาจใช้เงินจ้างบุคคลที่มีคุณสมบัติให้ลงสมัครส.ว. ในทุกกลุ่มของระดับอำเภอ ก็ได้ ดังนั้นต้องหาแนวทางสกัดการว่าจ้างผู้มีอิทธิพลดังกล่าว รวมถึงวิธีที่จะทำให้การเลือกกันเองมีความเป็นธรรม โปร่งใส และได้ตัวแทนของผู้สมัคร ส.ว. ที่ดีเข้าสู่การเลือกกันเองระดับประเทศต่อไป
นอกจากนั้นจะเป็นรายละเอียด อาทิ การให้ผู้สมัครส.ว.ในกลุ่มทำความรู้จักประวัติอย่างทั่วถึง เพียงพอที่จะสามารถตัดสินใจเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุดได้ มากกว่า การร้องขอจากผู้ที่รู้จักกัน หรือ บุคคลที่มีชื่อเสียงเท่านั้น ภายใต้เวลาที่จำกัดเพียง 58 วันเท่านั้น ขณะเดียวกันต้องไม่ทำให้มีปัญหาของความไม่เป็นธรรมต่อการประชาสัมพันธ์ตนเองของผู้สมัคร ส.ว. กรณีผู้ที่มีเงินมาก กับผู้ที่ไม่มีเงินทุน
“สิ่งที่เป็นเรื่องยากที่สุดที่สุด คือ การจัดกลุ่มของการสมัคร ส.ว. เพราะที่ผ่านมาแม้แต่การสำรวจประชากรของหน่วยงานภาครัฐ ที่ไม่มีการสำรวจหรือรับรองเรื่องความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนด มีเพียงแค่สำรวจว่าประกอบอาชีพใดเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาให้ความสำคัญด้วย เช่น กรณีที่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ร้อยละ 30 มีอาชีพเกษตรกรรม หากตัวแทนส.ว.ที่เข้ามามีสัดส่วนเกษตรกรน้อยกว่าประสบการณ์ด้านอื่นอาจถูกครหาได้ เป็นต้น ดังนั้นเป็นประเด็นสำคัญที่กรธ.ต้องรับฟังความเห็นของประชาชนด้วย” นายชาติชาย กล่าว.



