“บิ๊กป้อม”ลั่นไม่ปลดล็อคพรรคการเมืองคุยปรองดองหวั่นบานปลาย
“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ลั่นไม่ปลดล็อคพรรคการเมืองคุยปรองดองหวั่นบานปลาย
31 ม.ค. 60 - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ถึงการประชุมเวิร์คช็อปของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศนุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง(ป.ย.ป.)ในวันที่ 1 ก.พ.นี้ ว่า จะเป็นการหารือเกี่ยวกับการปฏิรูปเพื่อดูว่าที่ผ่านมารัฐบาลทำอะไรไปบ้างแล้ว เพราะทำแล้วหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงการปฏิรูปตำรวจกระทรวงกลาโหมด้านสังคมการศึกษาเป็นต้นขณะที่นายกรัฐมนตรีก็อยากรู้ว่าเราดำเนินการอะไรไปบ้างแล้ว ที่ผ่านมาต่างคนต่างทำคราวนี้จะได้รู้ว่าใครทำอะไรไปแค่ไหนเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในช่วงแรกให้ได้จะได้รู้ว่าช่วงแรกเราทำอะไรไปบ้างแล้ว และจะได้ส่งต่อให้รัฐบาลต่อไปดำเนินการให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ 20 ปี
เมื่อถามว่านายกฯมีการปรับเพิ่มคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการสร้างความสามัคคีปรองดองพล.อ.ประวิตรกล่าวว่าทั้งหมดอยู่ในคณะใหญ่ของตนว่าควรจะมีเรื่องอะไรบ้างซึ่งตนก็คิดไว้อยู่แล้วและแผนที่ชัดเจนคงออกมาในวันนี้(31ม.ค.)คงต้องไปดูว่าจะลงนามอย่างไรก่อนแต่จะเดินหน้าเชิญผู้เกี่ยวข้องมาพูดคุยก่อนขอยืนยันการรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆจะเสร็จภายใน 3 เดือน
เมื่อถามว่าการที่นพ.ประเวศ วะสี และนายคณิต ณนคร มาเป็นที่ปรึกษาจะให้ดูแลในส่วนไหน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะมาดูในส่วนอำนวยการและรับฟังความคิดเห็นด้วย ซึ่งได้มีการนำแนวทางปรองดองของทั้ง 2 มาดูในเบื้องต้นซึ่งเห็นด้วยทุกเรื่องยกเว้นอย่างเดียวคือการนิรโทษกรรมอภัยโทษ และกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น
เมื่อถามว่าฝ่ายการเมืองออกมาระบุยังไม่เห็นตัวคณะกรรมการทำเรื่องปรองดองจึงยังไม่ตัดสินใจเข้าร่วมหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขณะนี้เรายังไม่ได้เชิญฝ่ายการเมืองคณะกรรมการเดี๋ยวก็เห็นขณะนี้ยังไม่ได้ทามพรรคการเมืองและเขาไม่ต้องตัดสินใจอะไรตนอยากให้ทุกพรรคการเมืองเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าจะเอาอะไรบ้างซึ่งจะเชิญพรรคการเมืองประมาณพรรคละ 10 กว่าคน
เมื่อถามย้ำว่าจะมีการปลดล็อคพรรคการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ต้องปลดตอนนี้เขาคงหารือกันอยู่แล้วหากเขาไปประชุมกันที่นครพนมสื่อจะตามไปหรือไม่หากปลดล็อคแล้วมีการประชุมในที่ต่างๆใครจะเป็นคนไปดูแลหากเขาไม่หารือเฉพาะในเรื่องปรองดองไปทำเรื่องอื่นๆสื่อจะรับผิดชอบหรือไม่ล่ะไม่ต้องปลดหากปลดแล้วมีความขัดแย้งต่อไปจะปลดทำไมผมเพียงแค่คิดอะไรที่ทำให้ทำงานลำบากก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น



