ข่าว

ไม่รับสอบสวนคดีกะเหรี่ยงบิลลี่

ไม่รับสอบสวนคดีกะเหรี่ยงบิลลี่

31 ม.ค. 2560

ดีเอสไอแจ้งผลไม่รับคดีหายตัว "กะเหรี่ยงบิลลี่" เป็นคดีพิเศษ

 

          31 ม.ค.60 - พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการพิเศษภาค กล่าวถึงกรณีส่งหนังสือแจ้งมติไม่รับสอบสวนคดีการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือกะเหรี่ยงบิลลี่ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแม่เพรียง จ.เพชรบุรี ไปยังน.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยา ว่า ดีเอสไอรับเรื่องดังกล่าวไว้ทำการสืบสวนตามมาตรา 23/3 วรรค 2 ตามพ.ร.บ.คดีพิเศษนั้น ดีเอสไอได้นำเรื่องเสนอคณะกรรมการคดีพิเศษพิจารณาในการประชุมเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2559  ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมมีมติไม่รับไว้เป็นคดีพิเศษ สำหรับคดีนี้พนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยประสานข้อมูลกับตำรวจในพื้นที่และนำนักนิติวิทยาศาสตร์เข้าตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัยของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งพบคราบเลือดบริเวณพื้นพรมตำแหน่งด้านหลังคนขับ และเมื่อส่งตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ทราบผลเพียงเป็นเลือดมนุษย์ แต่ไม่สามารถตรวจหาดีเอ็นเอได้ เนื่องจากรถผ่านการล้างทำความสะอาดไปแล้ว

          พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวด้วยว่า ส่วนกล้องวงจรปิดภายในอุทยานฯตามจุดต่างๆ ดีเอสไอได้เข้าตรวจสอบเพื่อค้นหาหลักฐานจากรถต้องสงสัย แต่ภาพที่บันทึกได้เห็นเพียงรถยนต์แต่ไม่เห็นใบหน้าบุคคลในรถ ในการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวและชาวบ้าน 200 คนไม่มีใครให้ข้อมูล ส่วนของเจ้าหน้าที่อุทยานทุกคนที่เข้าเวรถูกเรียกสอบทั้งหมด แต่ทุกคนปฎิเสธไม่รู้เห็น ดังนั้นเมื่อไม่พบหลักฐานบ่งชี้ว่า นายพอละจีเสียชีวิตจึงจำเป็นต้องแจ้งให้ภรรยานายพอละจีรับทราบว่า ไม่สามารถรับคดีไว้สอบสวนได้ อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตมีการตรวจพบพยานหลักฐานใหม่ก็สามารถรื้อคดีขึ้นมาตรวจสอบใหม่ได้อีกครั้ง  
          สำหรับนายพอละจี เป็นพยานในคดีที่ชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอยยื่นฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในข้อหาเผาบ้านและยุ้งฉางของชาวบ้านให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย.57.