ข่าว

“เพื่อไทย”ส่งประเด็นปัญหาสร้างความปรองดองให้สปท.

“เพื่อไทย”ส่งประเด็นปัญหาสร้างความปรองดองให้สปท.

30 ม.ค. 2560

“เพื่อไทย” ส่งความเห็น-ประเด็นปัญหาเพื่อสร้างความปรองดองให้สปท.


 

          30 ม.ค. 60 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ลงนามในหนังสือเพื่อส่งประเด็นที่ทางคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง 
สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้ขอความเห็นมา ถึงนายเสรี สุวรรณภานนท์ ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ โดยมีใจความสรุปว่า
          ประเด็นที่ทางคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอความเห็นนั้น 1.ข้อมูล ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประเด็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองทางการเมืองนั้น 1.1.ความขัดแย้งทางการเมืองในระยะเวลาเกือบ 10  ปีที่มาผ่านเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย สาเหตุหลักเริ่มต้นเมื่อมีพรรคการเมืองสามารถชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น ได้รับการยอมรับจากประชาชนให้เข้ามาบริหารประเทศตามนโยบายที่ให้สัญญาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองไม่สามารถต่อสู้ทางการเมืองผ่านระบบรัฐสภาได้ จึงนำไปสู่การหาทางต่อสู้ทางการเมืองนอกระบบรัฐสภา กล่าวคือ มีการใช้มวลชนในการต่อสู้ขับไล่รัฐบาลจนนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหาร ส่งผลให้ขยายความขัดแย้งเพิ่มเติมมากขึ้นจนนำไปสู่การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน หากฝ่ายที่แพ้การเลือกตั้งใช้กระบวนการในระบบรัฐสภา และเคารพในกติกาประชาธิปไตย ในขณะเดียวกันทหารวางตนเป็นกลาง ไม่ก่อการรัฐประหาร ความขัดแย้งก็จะไม่เกิดขึ้น  
          1.2.มีการใช้กระบวนการทางกฎหมายที่เป็น 2 มาตรฐานขององค์กรต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ ขัดต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เท่าเทียมกัน มีการใช้กระบวนการยุติธรรมและสร้างกลไกทางกฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรมให้กับการยึดอำนาจ และทำลายฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง 1.3.การขัดขวางการเลือกตั้ง กล่าวคือ มีกระบวนการขัดขวางการเลือกตั้งจากฝ่ายที่เป็นรองในการเลือกตั้งทั่วไป และไม่ต้องการให้เกิดการเลือกตั้ง รวมทั้งการบอยคอตการเลือกตั้ง นอกจากนั้น ในการเลือกตั้งบางครั้งเมื่อประกาศผลแล้ว ยังมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ไม่พอใจกับผลการเลือกตั้ง ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ใช้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือล้มการเลือกตั้งอย่างไร้เหตุผล  
          1.4.การไม่ยอมรับในหลักการประชาธิปไตย มีวาทกรรมในการชี้ให้สังคมเห็นว่า 1 เสียงของประชาชนที่มีความรู้ต่างกันควรจะมีไม่เท่ากัน คนที่มีความรู้มากกว่าควรมีเสียงมากกว่าในการกำหนดชะตาชีวิตของประเทศ ซึ่งวาทกรรมนี้สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นสังคมเป็นอย่างมาก 1.5.การสร้างวาทกรรมให้เกิดความเกลียดชังต่อฝ่ายตรงข้าม กล่าวคือ มีการสร้าง Hate Speech เพื่อทำลายฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ส่งผลให้สังคมเกิดความเกลียดชัง เคียดแค้น   
          2.แนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและการสร้างความปรองดองนั้น 2.1.ต้องอาศัยความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของฝ่ายต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในปัญหา ทั้งฝ่ายพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองต่างๆ ฝ่ายองค์กรวิชาชีพ และองค์กรเอกชน ฝ่ายผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ซึ่งกองทัพก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา รวมถึงฝ่ายและองค์อื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม 2.2.ต้องหาสาเหตุของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาว่ามาจากสาเหตุใดบ้าง ซึ่งในส่วนนี้คอป.และสถาบันพระปกเกล้าได้เคยศึกษาไว้อย่างละเอียดและครอบคลุมพอสมควรแล้ว สมควรที่จะหยิบยกมาพิจารณาประกอบควบคู่กันไป   
          2.3.การจะสร้างความปรองดองได้ต้องปรับแก้หรือปฏิรูปในด้านต่างๆ ที่เป็นต้นเหตุของความไม่ปรองดองหรือเกิดความขัดแย้งในสังคม ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเห็นว่า การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้สังคมมีความเป็นธรรม มีหลักนิติธรรม ไม่มีระบบ 2 มาตรฐานอีกต่อไป เป็นกลไกสำคัญที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งของสังคมได้ และ 2.4.คณะกรรมการที่จะเข้ามาดำเนินการเรื่องการปรองดองควรมีความจริงใจและตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาเรื่องความปรองดอง ควรมีองค์ประกอบจากผู้ที่มีความเป็นกลาง มีความเป็นอิสระ มีคุณธรรม และสังคมให้การยอมรับ.