ข่าว

 “มาร์ค” หนุน ป.ย.ป. เป็นเจ้าภาพหลักเดินหน้าปรองดอง

 “มาร์ค” หนุน ป.ย.ป. เป็นเจ้าภาพหลักเดินหน้าปรองดอง

26 ม.ค. 2560

“มาร์ค” หนุน ป.ย.ป. เป็นเจ้าภาพหลักเดินหน้าปรองดอง แนะหยุดจ้อข้อเสนอรายวันทำสังคมสับสน ชี้ควรยึดตามหลัก “บิ๊กตู่” ปรองดองต้องไม่ละเมิดกฎหมาย

          26 ม.ค.60-นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการหารือนอกรอบกับสมาชิกพรรคที่สนใจเรื่องการปรองดองเพื่อนำเสนอความเห็นต่อ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ตามที่ขอความร่วมมือมาว่า เราอยากสนับสนุนให้งานปรองดองประสบความสำเร็จ เพราะจะเป็นหลักประกันว่าเมื่อกลับสู่การเลือกตั้งแล้วบ้านเมืองจะไม่ขัดแย้งจนเกิดความรุนแรงอีก แต่ต้องยอมรับว่าขณะนี้สังคมมีความสับสนเนื่องจากมีหลายองค์กรทำงานเรื่องนี้ เช่น หลังจากใช้มาตรา 44 ตั้ง คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฎิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่ทำงานด้านปรองดองคณะหนึ่ง ซึ่งได้มีการประสานงานมา และมีรายงานว่าจะให้ทางพรรคแสดงความเห็นโดยตั้งประเด็นมีความกว้างขวางมาก ขณะเดียวกันก็มีคำถามจาก สปท. และมีคณะจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ดำเนินงานเกี่ยวกับการปรองดองร่วมด้วย หากยังทำงานในลักษณะนี้ ก็จะไม่ประสบความสำเร็จเพราะจะเกิดความสับสน เกิดความขัดแย้งในประเด็นต่างๆ จึงเสนอให้งานนี้ทำอย่างมีเอกภาพโดยให้ คสช. เป็นเจ้าภาพหลักเพื่อทำงานให้สำเร็จ ดังนั้นควรมอบหมายงานที่ชัดเจนว่าให้ ป.ย.ป. เป็นหลักในการทำงานด้านนี้ ส่วนการขอความเห็นต่าง ๆ ให้ ป.ย.ป. เป็นผู้กำหนดชัดว่าจะทำอย่างไร หรือจะให้เรามีส่วนร่วมอย่างไรก็จะดำเนินการตามนั้น

          นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ป.ย.ป.ควรตั้งประเด็นให้ชัดว่าการสร้างความปรองดองคือการลดเงื่อนไขความขัดแย้งของสังคมในวงกว้างและเป็นการป้องกันในกรณีมีความเห็นแตกต่างจะมีวิธีการที่ไม่นำไปสู่ความรุนแรงจนประเทศเดินไม่ได้ โดยควรยึดหลักตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก และหัวหน้า คสข. ออกมาระบุว่า การปรองดองไม่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรม หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กล่าวคือต้องยึดหลักกฎหมายซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้อง หากเริ่มต้นเช่นนี้พรรคก็จะทำความเห็นอย่างเป็นระบบเสนอไปทีเดียวให้ ป.ย.ป. ทำงานอย่างมีเอกภาพ จะเป็นหลักประกันความสำเร็จที่ดีที่สุด ทั้งนี้เราจะเสนอความเห็นโดยให้ผู้ที่ทำงานด้านนี้ส่งงานทั้งหมดให้ สปท.ภายในวันที่ 31 ม.ค.นี้

        ในส่วนองค์ประกอบของคณะกรรมการ ป.ย.ป. นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับบทบาทของคณะกรรมการ โดยสามารถทำได้สองแบบคือ เอาคนหลากหลายเข้ามาแต่ไม่ง่าย หรือให้ชัดไปเลยว่ากรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่อำนวยการกระบวนการรับฟังประมวลความเห็นมากกว่า จะได้ไม่ต้องกังวลถึงความเป็นกลางหรือไม่เป็นกลาง ซึ่งแนวคิดที่สองนี้อาจใกล้กับแนวคิดเดิมจึงให้ปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นหลัก แต่ตอนนี้ต้องยุติการพูดข้อเสนอรายวันก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวคิด 66/23 หรือการพักโทษเพราะเป็นอุปสรรคในการเดินหน้า ซึ่งสังคมจะมีความสบสน และเบื่อหน่าย

        เมื่อถามว่าถึงกรณีที่ สปท.และ สนช.ล้วนแต่เป็นเครื่องมือของ คสช. มองว่าการออกมาเคลื่อนไหวที่สอดรับกันเช่นนี้เป็นการโยนหินถามทางหรือมีการตั้งธงล่วงหน้าหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เพราะมีแม่น้ำหลายสายไม่รู้ว่าน้ำมาจากไหนแน่ทำให้เกิดคำถามแบบนี้ จึงอยากให้จบเสียแล้วไปรวมที่จุดเดียว ซึ่งป.ย.ป. จะต้องขอความร่วมมือจากสปท.และสนช.ให้ส่งข้อเสนอไปเพื่อกำหนดกรอบให้ครอบคลุมทั้งหมดเพื่อลดเงื่อนไขความขัดแย้งของสังคมในอนาคต.