ข่าว

“มีชัย”เล็งปรับที่มากสม.ให้หลากหลายวิชาชีพ

“มีชัย”เล็งปรับที่มากสม.ให้หลากหลายวิชาชีพ

25 ม.ค. 2560

“มีชัย”เล็งปรับที่มากสม.ให้หลากหลายวิชาชีพ จัดแผนทำงานหากทำไม่ได้ พ้นตำแหน่งยกชุด 

       25 ม.ค. --  คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดสัมมนาเรื่อง การรับฟังความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณธกรรมการสิทธิมนุษยชน(กสม.)นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า กฎหมายลูกฉบับนี้ต้องทำให้สอดคล้องกับหลักการปารีส แม้ว่าเราจะมีกสม.มานาน 10 กว่าปีแล้ว แต่มักพบว่าการทำงานมีปัญหาโดยตลอด ทั้งปัญหาภายในและภายนอก กรธ.ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงกำหนดภารกิจของกสม.ให้ชัดเจนขึ้น ที่ผ่านมาปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราถูกมองในแง่ลบจากนานาชาติก็คือ ที่มาของคณะกรรมการกสม. ที่ถูกกล่าวถึงว่ายังไม่หลากหลายพอ รวมทั้งคณะกรรมการสรรหายังขาดความหลายหลาย ทั้งความเชื่อมโยง และอาชีพ ซึ่งกรธ.ได้ปรับให้ชัดเจน บังคับให้มาจากหลากหลายด้านให้ครบถ้วน
         ส่วนการจัดทำรายงานเผยแพร่ที่ผ่านมากสม.ทำไม่ทัน อาจจะเพราะการไม่ลงรอยกันภายใน หรือการขาดผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นเราจึงได้หาช่องทางให้หาผู้เชี่ยวชาญมาช่วยจัดทำรายงานได้ แต่เนื้อหาต้องมาจากทั้งคณะ เพราะที่ผ่านมามักจะแบ่งเป็นคนละสาขา ต่างคนต่างทำ เวลาเขียนรายงานจะมีปัญหา องค์กรอิสระอื่น ๆ ก็เหมือนกัน เราพยายามสร้างกลไกว่า การทำงานต้องทำเป็นทีม ร่วมกันหาหนทางแก้ไขปัญหา
         นายมีชัย กล่าวอีกว่า ในกฎหมายลูกเราได้กำหนดให้กสม.ต้องทำแผนรายงานล่วงหน้า แล้วต้องทำให้ได้ตามนั้น หากทำไม่ได้ตามแผน ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาลดเกรดเราอีก เพราะเราทำงานล่าช้า รวมทั้งกสม.มีหน้าที่รายงานความจริงในประเทศ ไม่ใช่ในฐานะโฆษกของรัฐบาล ประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ดังนั้นกสม.ก็ต้องไปชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับนานาชาติรับรู้ 
          นอกจากนี้กรธ.กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรกับการละเมิดสิทธิ อาจให้ทำเป็นระบบจัดเคสขึ้นมา แล้ววิเคราะห์ว่าปัญหาต้นตอเกิดจากอะไร และให้ร่วมมือกับผู้ตรวจการแผ่นดิน เชื่อว่า ไม่กี่ปี การละเมิดสิทธิ และถูกกระทำจากเจ้าหน้าที่รัฐจะลดลงอย่างมาก แต่ปัจจุบันกสม.ดูจะดีใจกับการจัดการปัญหาเป็นรายบุคคล และดีใจกับจำนวนที่จัดการได้ แต่ตนคิดว่าหากกสม. ถอดรากถอนโคนปัญหาทั้งระบบเพียง 2-3 เรื่อง จะดีกว่า รวมทั้งเราพยายามสร้างกลไกให้สำนักงาน เอื้อต่อการทำงานของคณะกรรมการ พยายามทำให้เป็นเนื้อเดียวกัน และให้สำนักงานเป็นเครื่องมือของ คณะกรรมการ โดยมี 3 หลักการ คือ 1. การแสวงหา 2. การวิเคราะห์ โดยอาจให้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยทำ และ 3. การหาทางแก้ไข ไม่ให้เกิดอีกในอนาคต ทั้งนี้การทำงานของคณะกรรมการที่มาจากสองน้ำ คือ ราชการและเอ็นจีโอ ซึ่งทำงานกันคนละแบบ ดังนั้นต้องมานั่งจับเข่าคุยกันว่าจะหาทางทำงานร่วมกันอย่างไร