ผบชน, พลตทศานิตย์ มหถาวร ผบชน, ผบช.น., ทำแผน, จนท., คมชัดลึก, อดีต, พ่อบ้าน, ศาลอาญา, แผน, ขึ้นศาล, ลักทรัพย์, ปีใหม่, พาอดีตพ่อบ้านศาลอาญา, พลตทศานิตย์ มหถาวร ผบชน

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  11 ม.ค. 2560

พาอดีตพ่อบ้านศาลอาญา ทำแผนขึ้นศาลลักทรัพย์ปีใหม่

"พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. " - คณะตร. พา อดีตพ่อบ้านพนักงานทำความสะอาดศาลอาญา ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ขึ้นศาลลักทรัพย์ จนท.ปีใหม่ 

 

          11 ม.ค.60 - พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น., พ.ต.อ.ณรัช มูลศาสตร์สาทรผกก.สน.พหลโยธิน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พหลโยธิน ควบคุมตัว นายวราพงษ์  สอนน่วม อดีตพ่อบ้าน (พนักงานทำความสะอาด) ประจำศาลอาญา ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืน เมื่อกลางดึกวันปีใหม่ที่ 1 ม.ค. ซึ่งเป็นวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ มาชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายหลังถูกออกหมายจับลงวันที่ 10 ม.ค.60 และถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้ในวันเดียวกันเวลา 21.00 น. ใต้สะพานบางบัว บางเขน กทม.

          โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ พานายวราพงษ์ ผู้ต้องหา ชี้จุดแรกที่บริเวณซอยด้านข้างปั๊มน้ำมัน ปตท. ติดกับศาลอาญา ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์มาจอด ก่อนปีนรั้วเข้าไปภายในพื้นที่ศาลอาญา และใช้เป็นทางหลบหนีออกมาหลังก่อเหตุลักทรัพย์สินแล้ว 

          จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้นำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดยังห้องชั้น 9 อาคารศาลอาญา ที่ผู้ต้องหารื้อค้นตู้ลิ้นชัก บริเวณห้องศูนย์พักความและบริหารงานคดี โดยคนร้ายได้สร้อยข้อมือทองคำหนัก 1 บาท และเงินสด 4,000 บาท 

          ขณะที่ระหว่างการทำแผนที่ชั้น 9 นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนไปทำข่าวภายในตัวอาคารศาลอาญาแต่อย่างใด   

          ภายหลังการทำแผนและชี้จุดเกิดเหตุ เวลา 13.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ ผบช.น. กล่าวว่า กรณีผู้ต้องหาอ้างว่าจำเหตุการณ์ที่รื้อค้นทรัพย์ไม่ได้ เนื่องจากผู้ต้องหาเสพยาไอซ์ทำให้จำเหตุการณ์บางส่วนไม่ได้ แต่เหตุการณ์ส่วนใหญ่ผู้ต้องหานำชี้ประกอบคำรับสารภาพได้อย่างชัด  

          เรามีพยานบุคคลและสร้อยทองที่เป็นวัตถุพยาน รวมทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อนำไปชี้จุดเกิดเหตุก็สามารถชี้ได้ตรงกันและยังยอมรับว่าเอาสร้อยข้อมือทองคำไปและขายให้ร้านทองจริง ซึ่งตำรวจไปตรวจสอบก็เจอของกลาง รวมทั้งไปตรวจค้นที่ห้องพักก็พบหลักฐานอย่างชัดเจน ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมนั้นก็ได้ปรึกษาหารือกับผู้ใหญ่ในศาลอาญาแล้ว ซึ่งทางตำรวจก็ยินดีที่จะดำเนินการให้  โดยจะยื่นขออำนาจศาลฝากขังผู้ต้องหาในวันศุกร์นี้

          “ถามว่าเหตุใดจึงเข้ามาขโมยทรัพย์สิน เพราะเขาเคยเป็นพ่อบ้าน มาทำงานอยู่ที่ศาลมานานตั้งแต่ปี 2547-2554 ก็เลยรู้สึกคุ้นชินว่าเป็นที่ของเขา โดยที่ไม่ได้รู้สึกว่าสถานที่นี้เป็นสถาบันของศาล ซึ่งไม่ต้องกังวลเรื่องพยานหลักฐาน เพราะเราได้วิทยุสื่อสาร ปลากระป๋องที่ขโมย สร้อยทอง จึงยืนยันการก่อเหตุได้ และพาไปชี้จุดว่าเข้าไปยังห้องไหนบ้าง หลังจากนี้จะนำไปขยายผลมีทรัพย์สินอื่นใดอีกบ้าง และรวบรวมหลักฐานให้มัดแน่น นอกจากคำรับสารภาพ การชี้จุดที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพแล้ว ต้องรอรับผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ด้วยคาดว่าจากหลักฐานทั้งหมด จะทำให้การพิจารณาคดีในชั้นศาลปราศจากข้อสงสัยได้ ” พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว      

          ด้าน พ.ต.อ.ณรัช มูลศาสตร์สาทร ผกก.สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหา ให้การว่า ก่อนหน้านี้ เคยเป็นพ่อบ้านอยู่ที่ศาล และก่อเหตุลักทรัพย์ตู้บริจาคของศาลอุทธรณ์ หลังก่อเหตุได้หลบหนีคดีไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 ซึ่งศาลได้ออกหมายจับไว้ และช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา มาก่อเหตุปีนรั้วของศาลที่อยู่ระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดกับศาลอาญา เข้าไปในพื้นที่ศาลอาญา ก่อนจะรื้อค้นทรัพย์สินบริเวณชั้น 9 ศาลอาญา ส่วนสร้อยข้อมือทองคำที่ขโมยได้นำไปขายที่ร้านทองย่านวังหิน ซึ่งตำรวจได้พาผู้ต้องหาไปชี้จุดและนำสร้อยข้อมือทองคำที่ขายไว้ที่ร้านทองมาเป็นของกลาง    

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวราพงษ์ สอนน่วม อดีตพ่อบ้านประจำศาลอาญา ถูกตำรวจ สน.พหลโยธิน จับกุมได้ย่านจตุจักร พร้อมยึดของกลาง สร้อยคอทองคำ วิทยุสื่อสาร ปลากระป๋อง กระเป๋าสะพาย หมวกแก๊ป เสื้อคลุมที่ใช้ในวันก่อเหตุ และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ และจากการตรวจสอบประวัติพบถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติด  

          ด้านนายวราพงษ์ ผู้ต้องหา ระบุว่า หลังหลบหนีคดีลักตู้บริจาคของศาลอุทธรณ์ เมื่อปี พ.ศ.2554 ก็ได้ไปรับจ้างทำงานเข็นของที่ตลาด และรับสารภาพว่าก่อเหตุจริงโดยอ้างว่าเมาสุราและเสพไอซ์ จึงไม่สามารถจำรายละเอียดในการก่อเหตุได้.

 

 

  

 


เปิดอ่าน