
“อภิสิทธิ์”ติงร่างพรป.พรรคฯ ให้สมาชิกจ่ายเงิน
“หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์”ติงร่างพรป.พรรคการเมือง ให้สมาชิกพรรคจ่ายเงินกระทบความสัมพันธ์ สมาชิก-พรรค แนะทางออกทำสมาชิก 2 ประเภท
2 ม.ค.59 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า กฎหมายพรรคการเมืองจะออกมาเร็ว ส่วนกฎหมายเลือกตั้งจะออกมาช้า แต่จะอยู่ในกรอบเวลา เพราะผู้ร่างตั้งใจให้พรรคการเมืองปรับตัวตามกฎหมายพรรคการเมืองให้เรียบร้อยก่อน อีกทั้งยังตัวคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ต้องปรับตัว ตนไม่ได้วิตกกังวล เพียงแต่ได้เสนอไปในเรื่องสมาชิกพรรคการเมืองที่ยังไม่ได้จ่ายเงินให้พรรค โดยการกำหนดเวลาสั้นๆเพื่อให้ชำระเงินนั้นไม่สามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติ อย่าง พรรคประชาธิปัตย์มีสมาชิก 2 ล้านกว่าคน เป็นไปไม่ได้ที่จะสื่อสารถึงความจำเป็นว่าทำไมต้องจ่ายเงิน โดยเฉพาะในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ได้มีสิทธิเพิ่มขึ้นให้กับสมาชิก เนื่องจากพรรคให้สิทธิกับสมาชิกพรรคมากกว่าที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว เพราะให้สิทธิมีส่วนร่วมในการเลือกกรรมการ ประธานสาขา ผู้บริหารพรรค เข้าร่วมที่ประชุมใหญ่ของพรรค จึงไม่อยากให้เกิดการกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างพรรคกับสมาชิกพรรค จึงเสนอว่าในช่วงแรกควรอนุญาตให้มีสมาชิกสองประเภทก่อน เพื่อใช้เวลาทำความเข้าใจให้ประชาชนยอมรับเรื่องการจ่ายเงินให้กับพรรคการเมือง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าทุกพรรคจะสามารถปฏิบัติได้
ในส่วนภาพรวมของร่างกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ กรธ. ระบุว่าจะช่วยพัฒนาระบบการเมืองไทยนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ง่ายอย่างที่ กรธ.คิด เพราะแม้ว่าหลักการจะถูกต้อง ในเรื่องที่ให้ประชาชนเป็นเจ้าของพรรคการเมือง แต่การจะเปลี่ยนแปลงจากสภาพสังคมปัจจุบันโดยการเขียนบทบัญญัติแบบนี้ไม่สอดคล้องกับความจริง เพราะต้องมีการสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองด้วย ซึ่งที่ผ่านมาสมาชิกพรรคการเมืองจะเสียสิทธิหลายเรื่อง เพราะมีกฎหมายหลายฉบับห้ามคนที่เป็นสมาชิกพรรคหรือเคยเป็นเ ข้ารับการสรรหา อีกทั้งในอดีตมีการใช้อำนาจรัฐเข้าคุกคามฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ทำให้การเป็นสมาชิกพรรคที่ไม่มีอำนาจรัฐก็สุ่มเสี่ยงต่อการถูกคุกคามด้วย หากยังมีสภาพเช่นนี้อยู่ ก็ไม่มีแรงจูงใจให้ประชาชนมาเป็นสมาชิกพรรค จึงต้องปรับตรงนี้ให้ได้ก่อนค่อยไปจูงใจให้มีส่วนร่วมในการจ่ายค่าสมาชิกเพื่อมีสิทธิในการบริหารจัดการพรรคได้มากขึ้น จะมีความเป็นไปได้มากกว่า อย่างไรก็ตามไม่อยากให้พรรคการเมืองจมอยู่กับปัญหาเรื่องกติกา เพราะมีหน้าที่ต้องคิดถึงอนาคตของประเทศมากกว่า ถ้าพรรคการเมืองวนอยู่กับกฎหมายเหล่านี้ ก็จะเสียโอกาสของบ้านเมือง ในขณะเดียวกันก็อยากให้คนร่างกฎหมายคิดด้วยว่าอยากให้พรรคการเมืองทุ่มเทกับเรื่องอะไรระหว่างเรื่องของตัวเองกับเรื่องของประเทศ
“ในส่วนความพยายามที่จะวางระบบเพื่อให้พรรคการเมืองพ้นจากปัญหาระบบอุปถัมภ์นั้น วิธีการที่ได้ผลที่สุดคือการทำอย่างไรให้กระบวนการทางการเมืองมีค่าใช้จ่ายน้อย พรรคการเมืองจะไม่ต้องพึ่งทุนมาก ซึ่งผมไม่ได้เรียกร้องว่าต้องนำเงินมาให้พรรคการเมือง แต่ถ้างานสำคัญของพรรคการเมืองคือการสื่อสาร รัฐจะจัดสรรเวลาอย่างไรให้พรรคการเมืองสามารถรณรงค์ถึงประชาชนให้ตื่นตัวต่อทางเลือกต่าง ๆ ที่พรรคการเมืองเสนอ โดยรัฐอาจเป็นผู้ที่ขอจัดสรรเวลาด้วยตัวเองซึ่งไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย หากทำได้พรรคการเมืองก็ไม่ต้องหาทุนมาทำสิ่งเหล่านี้”นายอภิสิทธ์กล่าว
นายอภิสิทธ์ ยังกล่าวถึงการตั้งพรรคการเมืองใหม่และเรื่องนายกคนนอก ว่า ในการเลือกตั้งตามจะต้องเปิดโอกาสให้มีการแข่งขัน ใครที่มีแนวคิดจะแก้ปัญหาประชาชนขอให้มาแข่งขันโดยเปิดเผย ส่วนคนนอกจะมีหรือไม่ ก็มีเงื่อนไขขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว โดยจะเกิดขึ้นหลังจากประชาชนตัดสินใจผ่านกระบวนการเลือกตั้งแล้ว ทั้งนี้เงื่อนไขที่มีส.ว. 250 คนเลือกนายกรัฐมนตรีได้นั้น ตนก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากประชาชนแสดงออกชัดเจนผ่านการเลือกตั้ง การที่ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง จะฝืนเจตนารมณ์ของประชาชนไม่ง่าย แต่ที่สำคัญคือแม้ว่า 250 คนมาตั้งนายกรัฐมนตรีได้ แต่ไม่มีสิทธิลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ดังนั้นจึงไม่สามารถบอกได้จนกว่าประชาชนจะตัดสินใจผ่านการเลือกตั้ง



