
“ศปถ.”เผย 3 วันช่วง 7 วันอันตรายยอดเสียชีวิตพุ่ง 199 ราย
“ศปถ.”สรุป 3 วันช่วง 7 วันอันตรายยอดเสียชีวิตพุ่ง 199 ราย เจ็บอื้อ 2,099 ราย สั่งคุมเข้มคอทองแดง“เมา-ขับซิ่ง” เผยมี19 จังหวัดรักษาสถิติไร้ตาย
1 ม.ค. 60 -ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประจำปี 2560 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 31 ธ.ค.59 เกิดอุบัติเหตุ 757 ครั้งผู้เสียชีวิต 86 รายผู้บาดเจ็บ 800 คนรวม3วันตั้งแต่ 29 ธ.ค.- 31 ธ.ค. 59 เกิดอุบัติเหตุ 1,961 ครั้งผู้เสียชีวิตรวม 199 รายผู้บาดเจ็บรวม 2,099 คนศปถ.ได้กำชับจังหวัดดำเนินมาตรการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางอย่างเข้มข้น และต่อเนื่องเข้มงวดการเรียกตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ตามจุดตรวจ เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจบนเส้นทางสายหลัก และสายรองจัดชุดสายตรวจดูแลความปลอดภัยโดยรอบสถานบันเทิง และสถานที่จัดงานรื่นเริง และเน้นย้ำให้ด่านชุมชนปฏิบัติการเข้มข้นเพื่อป้องปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมดื่มแล้วขับพร้อมเตือนประชาชนดื่มไม่ขับไม่ขับรถเร็ว ใช้อุปกรณ์นิรภัยทุกครั้งที่เดินทาง และปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เทศกาลปีใหม่พ.ศ. 2560 เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความปลอดภัย
โดยดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประจำปี 2560 กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประจำปี 2560 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่สามของการรณรงค์“ขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจร”เกิดอุบัติเหตุ757ครั้งผู้เสียชีวิต 86 รายผู้บาดเจ็บ 800 คน
สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่เมาสุราร้อยละ 43.86 ขับรถเร็ว เกินกำหนดร้อยละ 33.29 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่รถจักรยานยนต์ร้อยละ 80.84 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรงร้อยละ 63.01 บนถนน ในอบต.หรือหมู่บ้านร้อยละ 42.14 ถนนกรมทางหลวงร้อยละ 32.23 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ช่วงเวลา 16.01 - 20.00 น.ร้อยละ 31.97 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงานร้อยละ 55.14 ทั้งนี้ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,030 จุดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,169 คนเรียกตรวจยานพาหนะ 650,360 คันมีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 110,917 รายมีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 30,646 รายไม่สวมหมวกนิรภัย 29,894 ราย
สำหรับจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่เชียงใหม่33ครั้งจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดได้แก่อุดรธานีและสุราษฎร์ธานี5รายจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดได้แก่เชียงใหม่38คน
ปลัดศธ.กล่าวต่อว่าสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม3วันตั้งแต่ 29 - 31 ธ.ค. 59 เกิดอุบัติเหตุรวม 1,961 ครั้งผู้เสียชีวิตรวม 199 รายผู้บาดเจ็บรวม 2,099 คนโดยจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต(ตายเป็นศูนย์) มี 19 จังหวัดจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่เชียงใหม่ 84 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดได้แก่อุดรธานี 12 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดได้แก่อุดรธานี 91 คน
อย่างไรก็ตามจากข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการคมนาคมพบว่าในช่วงระหว่างวันที่ 29 - 30 ธันวาคม 2559 มีปริมาณรถบนท้องถนนเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติจำนวน 584,226 คัน คิดเป็นร้อยละ 85.86 จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น
เนื่องจากอยู่ในช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ประชาชนยังคงเดินทางท่องเที่ยวและทำบุญตามสถานที่ต่างๆศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจึงได้สั่งการจังหวัดดำเนินมาตรการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องโดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายกวดขันผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถขับรถเร็วดื่มแล้วขับและกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัยสำหรับการดูแลความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในพื้นที่ได้กำชับให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจบนเส้นทางสายหลักและสายรองในช่วงเวลา 16.00 - 20.00 น.ซึ่งเป็นช่วงที่มีสถิติอุบัติเหตุสูงส่วนเส้นทางโดยรอบสถานบันเทิงและสถานที่ จัดงานรื่นเริงให้จัดชุดสายตรวจดูแลความปลอดภัยของประชาชนและเน้นย้ำให้ด่านชุมชนปฏิบัติการเข้มข้นเพื่อป้องปรามผู้ขับขี่ ที่มีพฤติกรรมดื่มแล้วขับนอกจากนี้ให้จังหวัดประสานผู้ประกอบการรถเช่าเข้มงวดไม่ให้นักท่องเที่ยวที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเช่ารถเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำนันผู้ใหญ่บ้านดำเนินมาตรการทางสังคมและชุมชนอย่างจริงจัง โดยให้ด่านชุมชนกวดขันผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงโดยเฉพาะการซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เกิน 1 คน และเข้มงวดการเรียกตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ตามจุดตรวจและจุดสกัดต่างๆรวมถึงให้ประสานการดูแลเส้นทางโดยรอบแหล่งท่องเที่ยวศาสนาสถานจุดเสี่ยงอันตรายที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และเส้นทางสายรองที่เชื่อมต่อเส้นทางสายหลักในเขตชุมชนเพื่อมอบความปลอดภัยในการเดินทางเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชนชาวไทย
ขณะที่นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)กล่าวเสริมว่านายกรัฐมนตรีห่วงใยความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนจึงได้สั่งกำชับให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนบูรณาการบริหารจัดการปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในมิติเชิงพื้นที่โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงกลไกในระดับจังหวัดอำเภอตำบลและหมู่บ้านควบคู่กับการใช้มาตรการทางสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายจราจรและการดำเนินมาตรการ“ดื่มไม่ขับจับยึดรถ”โดยให้พิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายและลงโทษ ขั้นสูงสุดเพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนอย่างไรก็ตามระยะนี้หลายพื้นที่มีฝนตกทำให้สภาพถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยในการขับขี่ไม่ดี จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจึงขอฝากเตือนประชาชนเฉลิมฉลองและเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างปลอดภัยดื่มไม่ขับ ไม่ขับรถเร็วใช้อุปกรณ์นิรภัยทุกครั้งที่เดินทางและปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด



