
7 วันอันตรายตายพุ่ง แนะใช้ม.44 จับติดคุก
“หมอแท้จริง” สับเละมาตรการ 7 วันอันตรายเอาไม่อยู่ ยอดตาย-อุบัติเหตุพุ่งไม่หยุด คาดคนไข้ดื้อยา แนะใช้ม.44 จับติดคุก ยึดรถ 7 วัน
31 ธ.ค.59 - นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวในรายการกรองข่าววันเสาร์ เอฟเอ็ม 102 ถึงมาตรการป้องกันอุบัติเหตุปีใหม่ ว่า อุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้น เราไม่สามารถหยุดการตายบนท้องถนนด้วยมาตรการเดิมๆ อีกแล้ว สาเหตุหลักเราะเราไม่ได้ทำอะไรใหม่เลย เราสู้กับปัญหาโดยวิธีเดิมๆ ถ้าเป็นคนไข้เรารักษาไปเรื่อยๆ หลายปีเชื้อโรคดื้อยา ถ้าหมอไม่เปลี่ยนยา ไม่เปลี่ยนวิธีก็รักษาไม่ได้ แค่ 2 วันแรกของ 7 วันอันตรายปีนี้ทิ้งสถิติปีที่แล้วไม่ทิ้งฝุ่น หากตนเป็นรัฐบาล จะสั่งเปลี่ยนยาใหม่ ดังนี้ 1.ต้องบังคับให้รถทุกคันมีกล้องหน้ารถ ใช้มาตรการทางภาษีหรือมาตรการใดก็ได้ บังคับให้ติดตั้งจากศูนย์บริการหรือสนับสนุนให้ติดตั้ง ทุกคนที่ขับรถจะรู้สึกกว่าโดนจับตาอยู่ตลอดเวลาจากรถคันที่ขับตามมา ซึ่งเป็นทั้งมาตรการจิตวิทยาและการนำมาเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี รวมถึงป้องกันอุบัติเหตุทางอ้อม เนื่องจากอุบัติเหตุเกิดขึ้นเพราะพฤติกรรมการขับขี่ ขับรถเร็ว หรือเมาแล้วขับ ตอนนี้ผู้ใช้บริการยังน้อยมาก ประมาณ 10% เท่านั้น ช็อปช่วยชาติปลายปีก็ควรสนับสนุนให้ซื้อกล้องมาติดหน้ารถยนต์เป็นของขวัญ หรือเพื่อความปลอดภัย ซึ่งรัฐบาลต้องโปรโมท
2.ถ้าเมาแล้วขับ จับเข้าคุกเลยถ้าใช้กฎหมายปกติไม่ได้ ก็ต้องใช้ ม.44 ซึ่งคุ้มค่ากับการพิทักษ์ชีวิตคนไทย และยึดรถ 7 วัน จะทำแค่ยึดรถไม่พอเพราะบางรายมีรถหลายคัน หากเรายอมให้คนเมาไปขับรถบนท้องถนน ไม่จับเข้าคุกเพื่อรักษาสิทธิเสรีภาพ ก็ต้องยอมให้ตายกันไป ซึ่งมาตรการเช่นนี้ต้องทำทั้งปี ไม่ใช่เปิดเฉพาะปีใหม่ สงกรานต์ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นทั้งปี ถ้าหมอคนนี้ไม่ยอมเปลี่ยนยา เราคงต้องไปหาหมอคนใหม่ ถ้าเปลี่ยนมาตรการใหม่ตนมั่นใจว่าการสูญเสียจากอุบัติเหตุจะลดลง เชื่อว่ารัฐบาลจะทำได้สำเร็จ เช่นเดียวกับปัญหาขายลอตเตอรี่เกินราคา ซึ่งไม่เคยมีรัฐบาลใดแก้ปัญหาได้ มาตรการต่างๆที่นำเสนออาจจะได้ผลหรือไม่ก็ได้ แต่ก็ยังดีกว่าเรายอมจำนนให้ปัญหา และ 3.สถานบริการที่จำหน่ายสุราแบบนั่งดื่ม หากจำหน่ายสุราให้แล้วปล่อยให้ลูกค้าดื่มจนเมาขับรถออกไปชนคนตาย สถานบริการต้องร่วมรับผิดชอบด้วย สถานบริการต้องมีเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ปล่อยคนที่พร้อมจะฆ่าผู้อื่นด้วยอุบัติเหตุเมาแล้วขับออกมาสู่สังคม
“ทุกคนพร้อมใจกันทำผิดกฎหมาย ทางด่วนห้ามขับเร็วเกินกว่า 80 ก.ม.ต่อชั่วโมง ซึ่งทุกคันขับเร็วกว่า 80 หรือห้ามขับรถบนฟุตบาท ปรับ 5,000 บาท สิ่งที่ผิดแน่ๆ เรายังปล่อยให้ทำกันเกลื่อน อุบัติเหตุของไทยจึงเป็นอันดับ 2 ของโลก อันดับ 4 ของเอเชีย แค่คนไทยไม่ได้มองอุบัติเหตุเมาแล้วขับเป็นปัญหา มองว่าเป็นเรื่องซวย ผู้บริหารประเทศจึงต้องให้ความสำคัญกับปัญหานี้ ในต่างประเทศเอาจริงเอาจังมากกว่าเรา ในแต่ละปีต้องตั้งเป้าลดอุบัติเหตุให้ลดลง ไม่ใช่ว่าสถิติเพิ่มขึ้นแล้วพูดว่าทำดีที่สุดแล้ว” นพ.แท้จริง กล่าว.



