
หน.คสช.ออกคำสั่ง“ม.44”3 ฉบับรวด
“หน.คสช.”ออกคำสั่ง“ม.44” 3 ฉบับรวดเร่งกระบวนการพิจารณาอย.–เปิดทางรฟม.จ้างบริษัทเดิมเดินรถไฟฟ้าเตาปูน- บางซื่อ ตั้ง“คณะทำงานเตรียมการปฏิรูป 19 ราย”
27 ธ.ค. -- พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ช่วงเช้าที่เป็นการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ก่อนการประชุมครม. ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน มีเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องออกคำสั่งคสช. มาตรา 44ทั้งหมด 3 เรื่อง ได้แก่ 1. การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่มีความเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ที่ปัจจุบันพบปัญหาผู้ผลิตทั้งในและต่างประเทศที่จะนำเข้า มีปัญหาในสินค้าที่ผลิตออกมา ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ยา เครื่องมือแพทย์ เป็นต้น พบความล่าช้าอย่างมาก ในกระบวนการพิจารณาอนุญาต เพื่อให้ได้ใบรับรองจากอย.
ที่ผ่านมาผู้ประกอบการก็ไม่ได้รู้สึกติดใจกับความเข้มงวดในการตรวจสอบ อย. แต่อยากให้มีความรวดเร็วควบคู่ไปด้วย แต่ทำไม่ได้เนื่องจากติดข้อกฎหมายของอย. ไม่สามารถหาบุคคลภายนอกมาช่วยทำหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่ในอย.ได้ ต้องใช้บุคลากรของตัวเอง ไปจ้างคนนอกไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น การออกเดินหนังสือเดินทาง รอประมาณ 3 วันแต่ถ้าอยากให้เร็วกว่านั้น ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม
“เพราะฉะนั้นคำสั่ง ม.44 ครั้งนี้จะใช้ในกระบวนการพิจารณาให้เกิดความรวดเร็ว สามารถเก็บเงินค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากเดิมที่กำหนดได้ เพื่อนำค่าธรรมเนียมเหล่านี้ไปจ้างผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ทั้งในประเทศ ต่างประเทศ ให้กระบวนการมันรวดเร็วขึ้น จากการตรวจสอบในปัจจุบันพบว่า มีรายการอาหารที่รออยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาอนุญาต 2,600 ราย เป็นประเภทของยา มีอยู่ 5,700 ราย ซึ่งนายกฯก็ได้กำชับกับอย.ว่าต้องทำทุกอย่างให้รวดเร็ว ทางอย.ก็รับปากว่าจะดำเนินการให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ในพ.ร.บ.อำนวยความสะดวก ทำให้ประชาชนมีทางเลือกที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาหาร ยา สมุนไพรได้มากขึ้น” โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับเรื่องที่ 2.เป็นมาตรการแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน(เฉลิมรัชมงคล) จากหัวลำโพง –บางซื่อ และสายสีม่วง จากบางใหญ่ – บางซื่อ ซึ่งปัจจุบันสถานีเตาปูน ถึงสถานีบางซื่อรางรถไฟฟ้าพร้อมใช้งานแล้ว แต่ยังไม่มีคนเดินรถ จึงออกคำสั่งให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ(รฟม.) ไปจ้างบริษัทเดินรถใดก็ได้ให้เข้ามาดำเนินการในช่วงสถานีดังกล่าวที่ไม่มีผู้เดินรถซึ่งอาจจะเป็นบริษัทเจ้าเดิมก็ได้ เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกขึ้น คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนสูงสุด เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นห่วง ไม่อยากให้มองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการที่ลงทุน ในรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่เดินรถอยู่แล้ว แต่ถ้าคำนึงถึงความเป็นจริง การต้องไปจ้างบริษัทเจ้าอื่นมาดำเนินการมันจะยุ่งยาก ค่าใช้จ่ายกับประชาชนสูงขึ้น ดังนั้นคงจะเป็นเจ้าเดิมมาดำเนินการ และมีข้อตกลงแบ่งสรรปันส่วนกัน ซึ่งนายกฯย้ำว่า จะต้องเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน และไม่ทำให้รัฐเสียเปรียบ นอกจากนี้ยังได้มีข้อกำหนดว่าหากใช้อำนาจมาตรา44ในเรื่องนี้แล้ว ไม่ต้องไปนำกฎหมายลงทุนร่วมรัฐเอกชน หรือทีพีพี มาใช้ เพื่อให้รวดเร็ว หากการเจรจากับบริษัทเดิมเพื่อให้ได้ในราคาที่ถูกแต่เจรจาไม่สำเร็จ รฟม.สามารถจ้างบริษัทอื่นได้แต่ต้องคำนึงถึงประชาชน และรัฐ
ส่วนคำสั่งคสช.ฉบับท้ายสุดวันนี้ เป็นเรื่องการแต่งตั้งคณะทำงานปฏิรูปประเทศ ซึ่งตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามา ในประเด็นการปฏิรูป และยุทธศาสตร์ชาติ ถูกพูดถึงบ่อยครั้ง ได้มีการสัญญากับประชาชน และภาคส่วนต่าง ๆ ในประเทศว่าจะเร่งขับเคลื่อนปฏิรูป และวางยุทธศาสตร์ชาติ แต่รายละเอียดในกฎหมายว่าด้วยวิธีการทำ และจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน ภายหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ซึ่งเห็นว่ายังมีเรื่องที่จะต้องปฏิรูปอีกมากมาย ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าไม่ดำเนินการ แต่ทำมาโดยตลอด อะไรที่ทำได้ก็ทำทันที อะไรที่ติดข้อกฎหมายก็ต้องไปแก้ก่อน และอะไรที่ทำไม่ได้ใช้เวลานาน ก็จะบรรจุลงในยุทธศาสตร์ชาติ
“นายกฯร้อนใจ อยากให้สิ่งต่าง ๆ ที่สัญญาไว้กับประชาชน รวมถึงที่คสช.และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคิดมา เป็นรูปธรรม ไม่ล่าช้า จึงออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ ประกอบด้วย นายกฯเป็นประธาน รองนายกฯทุกท่านเข้ามาร่วมเป็นกรรมการ ประธาน และรองประธานสนช.ประธานและรองประธานสปท.รัฐมนตรี 2 ราย นอกจากนี้จะมีข้าราชการประจำ คือ เลขาสภาพัฒนาการเมือง เลขากฤษฎีกา และผอ.สำนักงบฯ และเลขาธิการนายกฯ รวมทั้งหมดจะมี 19 ราย ทำหน้าที่ร่อนตะแกรง ในเรื่องต่าง ๆ ที่มีความเป็นไปได้ มีความเร่งด่วน เหมาะสม ก็จัดลำดับ อะไรที่จะต้องเผชิญกับความขัดแย้ง ก็จัดลำดับถัดไป อีกทั้งยังสามารถจัดตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อติดตามความคืบหน้าการปฏิรูปอีกด้วย นอกจากนี้คณะชุดใหญ่ สามารถคัดเลือกอนุกรรมการได้จาก สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สภาพัฒนาการเมือง และคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ที่ถูกยุบไปแล้ว แต่บุคลากรยังมีอยู่ สุดท้ายนี้ท่านนายกฯขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล กับคำสั่งทั้ง 3 ฉบับนี้ เพราะเป็นเรื่องที่แก้ปัญหาทั้งสิ้น ไม่ได้ไปริดรอนใคร ” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว



