"มาร์ค"เมินถกกม.ลูกจ่อส่งหนังสือแจงกรธ.
“มาร์ค”ไม่มาเอง จ่อส่งหนังสือแสดงความเห็นพ.ร.บ.พรรคการเมืองแทน ชี้กรอบ 150 วัน เก็บค่าบำรุงพรรคจากสมาชิกไม่ทัน ประชดคสช.ปลดล็อคพรรคการเมืองเอาที่สบายใจ
10 ธ.ค. -- นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปชป.ได้รับหนังสือเชิญจากกรธ.แล้ว แต่ไม่ทราบจะเอื้อให้พรรคการเมืองแสดงความเห็นได้มากน้อยแค่ไหน ปชป.จึงเห็นว่าอาจจะส่งหนังสือที่เป็นข้อคิดเห็นของปชป.มาแทน คาดว่าจะสามารถส่งได้ก่อนวันที่ 14 ธันวาคม ตามพ.ร.บ.พรรคการเมืองที่ถือว่ารุนแรง กรธ.อยากเพิ่มก็เพิ่มโทษไป แต่อยากให้ดูกระบวนการบังคับใช้กฎหมายมากกว่า ที่ผ่านมาคนที่กระทำผิดไม่เคยคิดถึงบทลงโทษอยู่แล้ว
ส่วนบทบัญญัติพ.ร.บ.พรรคการเมืองนั้น แม้มีหลายประเด็นที่เห็นว่าสมควรทำ แต่วิธีปฏิบัติที่ได้ระบุไว้ถือเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลา เช่น การให้สมาชิกพรรคจ่ายเงินค่าบำรุงพรรคการเมืองอย่างน้อยปีละ 100 บาท ภายใน 150 วัน หลังพ.ร.บ.พรรคการเมืองประกาศใช้ ปชป.เคยทำมาแล้วโดยขอเก็บค่าสมาชิก 20 บาทต่อคนต่อปี จากสมาชิกที่มีจำนวนกว่า 2 ล้านคน แต่พรรคกลับได้รับค่าบำรุงจากสมาชิกพรรคไม่ถึง 1 หมื่นคน เพราะประชาชนยังไม่เข้าว่าทำไมต้องเสียเงินบำรุงพรรคการเมือง
“กฎหมายไทยการมีสถานะเป็นสมาชิกพรรคมีแต่เสียสิทธิ ไม่ได้สิทธิประโยชน์อะไรเพิ่มเติม ที่สำคัญพรรคการเมืองใหม่หรือพรรคการเมืองขนาดเล็กและขนาดกลางที่ไม่มีระบบจัดเก็บค่าบำรุงพรรคการเมืองมาก่อนจะยิ่งเป็นเรื่องยากที่ต้องทำ มีความเป็นได้หรือไม่ที่กรธ.จะแบ่งสถานะของสมาชิกพรรคออกเป็น 2 ประเภท คือสมาชิกที่เสียเงินค่าบำรุงจะได้สิทธิตามกฎหมาย และสมาชิกที่ไม่เสียเงินค่าบำรุงแต่ถือเป็นสมาชิกพรรค ก็ไม่ต้องมีสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งถือเป็นความตั้งใจของกรธ.แต่กลับมองข้ามข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ส่วนการให้คสช.ปลดล็อคพรรคการเมืองให้ดำเนินการกิจกรรมได้ ส่วนตัวไม่ขอเรียกร้องอะไร เอาที่คสช.สบายใจ คสช.มุ่งรักษาความสงบเรียบร้อยอะไรที่ทำแล้วบ้านเมืองวุ่นวายก็ไม่ติดใจ อย่าให้มีความคิดว่าพรรคการเมืองมีหน้าที่เฉพาะตอนเลือกตั้งเท่านั้น เพระพรรคการเมืองที่ดีต้องทำงานตลอดเวลาและหากจะให้พรรคการเมืองปฏิรูปตามแนวทางที่วางไว้ก็ควรเปิดโอกาสให้มีการเตรียมการต้นแต่เนิ่น ๆ ขนาดปชป.มีความพร้อมในเรื่องของระบบอยู่แล้วก็ยังคิดว่าไม่ใช่เรื่องง่าย
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการปรับครม.ว่า จำเป็นต้องปรับตามตำแหน่งที่ว่างลงอยู่แล้ว อีกทั้งการปรับต้องหาคนมาทำงานแทนบุคคลที่ไปดำรงตำแหน่งองคมนตรี ที่เป็นกำลังสำคัญของนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมานายกฯรับทุกอย่างไว้ที่ตัวเองค่อนข้างมาก ก็อยากให้หาคนที่มาเสริมกำลังได้จริง ๆ และต้องคิดว่าระยะเวลาตามโรดแมปที่ยังเหลืออีก 1 ปีกว่า กับเป้าหมายการปฏิรูปที่ยังเหลืออีกเยอะ ทำอย่างไรให้มีคนมาขับเคลื่อนได้ รวมไปถึงปัญหาเศรษฐกิจประชาชนจำนวนมากยังไม่ได้รับการตอบสนอง หากสามารถหาคนมาเสริมเพื่อทำงานตรงกับความต้องการของประชาชน



