ข่าว

"บิ๊กจิน"ชวน"ซัคเคอร์เบิร์ก”เยือนไทย

"บิ๊กจิน"ชวน"ซัคเคอร์เบิร์ก”เยือนไทย

20 พ.ย. 2559

“รองนายกฯ”หารือกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจสหรัฐอเมริกา–เอเปค ขอบคุณมิตรประเทศทั่วโลก เดินทางมาวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพและลงนามแสดงความอาลัย ในหลวงรัชกาลที่ 9

 

          19 พ.ย. 59 - พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี หารือกับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจสหรัฐอเมริกา–เอเปค (U.S. – APEC Business Coalition)โดย รองนายกรัฐมนตรีมีความยินดีที่ได้พบกับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจสหรัฐอเมริกา–เอเปคในวันนี้ ซึ่งมีคณะนักธุรกิจสหรัฐฯ จากกว่า20บริษัทชั้นนำจากหลายสาขาธุรกิจ อาทิ เหมืองแร่ พลังงาน การเงิน การตลาด และสุขภาพ เป็นต้น

          รองนายกรัฐมนตรียินดีที่ได้เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการหารือในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าไทยจะประสบการสูญเสียอันยิ่งใหญ่แต่ก็ทำให้เห็นและตระหนักได้ว่า ไทยยังมีเพื่อนอยู่ทั่วทุกมุมโลกที่ได้เดินทางมาวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพและลงนามแสดงความอาลัย โดยไทยพร้อมร่วมมือกับทุกประเทศ เพื่อเดินหน้าไปสู่ความรุ่งเรืองและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงให้แนวทางไว้โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแบ่งปันความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกับภาคเอกชน และการเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจโลกของไทยจากการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะมีเสถียรภาพมากขึ้นในปี พ.ศ.2560นั้น ประเทศไทยยังคงเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยและการปฎิรูปประเทศอย่างรอบด้าน

          พลอากาศเอกประจิน กล่าวว่า เชื่อมั่นว่า การปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่อง และกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจใหม่ไทยหรือที่เรียกว่า ประเทศไทย4.0จะช่วยให้ไทยพร้อมรับกับความท้าทายใหม่ๆ รวมทั้งใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่ที่จะเกิดขึ้น เพื่อผลประโยชน์ของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนสำหรับนโยบายประเทศไทย4.0คือ ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของชาติ ที่มุ่งเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โดยการปฏิรูปด้านการเมือง โดยกำหนด 10 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือ S-Curve เพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจนสำหรับการพัฒนาและความร่วมมืออื่น ๆส่วนโครงสร้างพื้นฐานรัฐบาลได้ลงทุนเป็นจำนวนมาก เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพ (Physical Infrastructure)และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิตอล (Digital Infrastructure)ของประเทศ โดยมีแผนที่จะลงทุนกว่า5พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการยกระดับและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอีก5ปีข้างหน้า ทั้งทางด่วนยกระดับ ถนน รถไฟฟ้าความเร็วสูง และรางคู่ เป็นต้น รวมทั้งขยายระบบการเดินทางขนส่ง ทั้งทางเรือ และอากาศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและบริการ

          ด้านเศรษฐกิจดิจิทัลรัฐบาลมีแผนในการพัฒนาInternet Gatewayโดยได้ลงทุนในสายเคเบิลใต้น้ำใยแก้ว ที่จะเชื่อมโยงประเทศไทยกับอินเทอร์เน็ตโดยตรง ซึ่งนี้จะช่วยให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางด้านดิจิตอลของอาเซียน นอกจากนี้รัฐบาลพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ไปยังหมู่บ้านในพื้นที่ชนบท ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถทำการค้าขายได้แบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce)และยังได้พัฒนาระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-payment platform)ซึ่งจะช่วยให้การทำธุรกรรมมีความปลอดภัย และลดค่าใช้จ่ายการทำธุรกรรมระหว่างหน่วยงาน ธุรกิจ และบุคคล

          พลอากาศเอกประจิน กล่าวด้วยว่า โมเดลThailand 4.0 และ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายการต่อยอด 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-curve)ประกอบด้วย 1.อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ 2.อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 3.อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 4.การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ5)อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร และการเติม5อุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve)ประกอบด้วย 1.อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ 2.อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ 3.อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ 4.อุตสาหกรรมดิจิตอล 5.อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ทั้ง 10 อุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของไทยในอนาคตการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจรัฐบาลได้ดำเนินการเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสะดวกในการประกอบธุรกิจ มีการปฏิรูปภาษีและศุลกากร รวมถึงการขจัดปัญหาคอรัปชัน ทั้งนี้รายงานผลการศึกษาเพื่อจัดอันดับความยาก–ง่ายในการเข้าไปประกอบธุรกิจในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก หรือEase of Doing Businessจัดทำโดยธนาคารโลกนั้น ในปีนี้ประเทศไทยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่46จากเดิมอยู่อันดับที่49 

          ส่วนการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs และธุรกิจใหม่ (Startups)เป็นหัวใจหลักของระบบเศรษฐกิจไทย รัฐบาลดำเนินนโยบายการส่งเสริมธุรกิจ SMEs ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน และโอกาส รวมถึงเพิ่มความสามารถในการเข้าสู่ตลาด โดยใช้ระบบ E-Commerce ทั้งนี้การพัฒนาทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากขาดแรงงานที่มีความสามารถ ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงแรงงานได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาทักษะ ความรู้และความสามารถของแรงงานไทย

          โอกาสนี้US-APEC แสดงความขอบคุณที่รองนายกรัฐมนตรีเปิดโอกาสให้เข้าพบ และได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจไทย และกล่าวแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประชาชนชาวไทยUS-APEC แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย และยินดีที่จะลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่าไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนที่สำคัญ และมีศักยภาพทางเศรษฐกิจอีกมาก พร้อมแสดงความชื่นชมนโยบายประเทศไทย4.0และเศรษฐกิจดิจิทัล ที่เป็นนโยบายสำคัญซึ่งจะช่วยพัฒนาประเทศไทยในอนาคตจากนั้นพลอากาศเอกประจิน ได้พบกับนายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊คระหว่างการเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ 24 (The24th APEC Leaders’ Meeting)จึงถือโอกาสเชิญชวนเยือนเมืองไทยในช่วงต้นปี 2560 ด้านนายมาร์คตอบรับว่าหากมีโอกาสก็ยินดีมาเมืองไทย