ข่าว

ไทย เป็นเจ้าภาพ การประชุมผู้ตรวจการฯระดับโลกครั้งที่ 11

ไทย เป็นเจ้าภาพ การประชุมผู้ตรวจการฯระดับโลกครั้งที่ 11

14 พ.ย. 2559

ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้ตรวจการฯระดับโลกครั้งที่11 “วิทวัส” เชื่อเป็นเวทีระหว่างปท. แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ดี ยกระดับตรวจสอบอำนาจรัฐ - คุ้มครองสิทธิฯแบบสากล

                         

          14 พ.ย.59 - สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จัดแถลงข่าวการจัดงานประชุมระดับโลกและแถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารการประชุมระดับโลกของสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศ ครั้งที่ 11 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-19 พ.ย.นี้ โดยพล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวตอนหนึ่งว่า สถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2521 เพื่อเป็นเวทีให้กับผู้ตรวจการแผ่นดินทั่วโลกได้มีส่วนร่วม แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ซึ่งกันและกัน ให้เกิดการพัฒนาความรู้ด้านผู้ตรวจการแผ่นดิน และมีการเสริมสร้างธรรมาภิบาล รวมทั้งการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยการประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 170 องค์กรจาก 6 ภูมิภาคทั่วโลก                                

          “เวทีการประชุมนี้มีความสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และประสบการณ์ด้านการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของบุคคลากรในแวดวงผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งจะจัดประชุม 4 ปีจัด 1 ครั้ง โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง วิวัฒนาการของผู้ตรวจการแผ่นดิน การบริหารเงิน การบริหารงาน รวมถึงการท้าทายในอนาคต เพราะจะทำให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนา และปรับปรุงประสิทธิภาพ ทิศทาง และแนวโน้มในการตรวจสอบอำนาจรัฐ ที่จะทำให้ประชาชนได้รับการดูแลที่ดีมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นโอกาสให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการจัดการประชุมครั้งนี้ เพื่อเแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดินทั่วโลก อาทิ แคนนาดา ออสเตเรีย และไทย รวมถึงการหารือในเรื่องอำนาจหน้าที่ใหม่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน คือ การรักษาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และการป้องกันการทุจริต ซึ่งสิ่งที่คาดหวัง ในการประชุม นอกจากจะเป็นการแลกเปลี่ยนแนวคิดการทำงานแล้ว ยังมุ่งหวังให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าใจการทำงาน ในเรื่องการสืบสวนสอบสวน การวินิจฉัย เพื่อนพไปสู่การสร้างความเชือมั่นว่ากระบวนการประชาธิปไตยของไทยเข้มแข็ง” พล.อ.วิทวัส กล่าว                               

           พล.อ.วิทวัส กล่าวอีกว่า ครั้งนี้ถือเป็นการรวมตัวอย่างเป็นทางการขององค์กรผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นเวทีกลางในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ และเทคนิค โดยจะนำไปสู่การยกระดับ การทำงานของแต่ละหน่วยงานในการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ เพื่ออำนวยความเป็นธรรมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้มีมาตรฐานสากลมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสของไทยในการหาความร่วมมือกับประเทศต่างๆ เพื่อให้การทำงานขององค์กรผู้ตรวจการแผ่นดิน มีความเชื่อมโยงกันลักษณะเครือข่ายที่ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือเดือดร้อนจากการดำเนินการของรัฐ                           

          ด้านนายจอร์น อาร์ วอร์เตอร์ ผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งสาธารณรัฐนานิเบีย ดำรงตำแหน่งประธานสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศ กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐบาลไทย และผู้ตรวจการแผ่นดินที่เตรียมการไว้อย่างดี ทำให้ทุกอย่างเป็นไปราบรื่น สำหรับการจัดการประชุมครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางด้านวิชาการ และเทคนิค ระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งนี้ตนอยากเห็นการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดินมีความใสสะอาด และสามารถตรวจสอบอำนาจรัฐได้ทุกขั้นตอน อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในประเทศสมาชิก เพราะประชาชนมีสิทธิอย่างมากที่จะตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ                                       

           ขณะที่นายรักษเกา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวว่า การจัดงานประชุมในวันนี้ ถือว่า เป็นเกียรติของประเทศไทยมาก เพราะมีหลายประเทศแย่งกันเป็นเจ้าภาพ ทั้งนี้นอกจากเป็นครั้งแรกในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นครั้งแรกของเอเชียด้วย ซึ่งเราได้ประสานงานกันอย่างหนัก เพื่อให้เกิดงานวันนี้ขึ้น โดยงานประชุมครั้งนี้ได้ประโยชน์หลายอย่างๆ แม้ว่า ที่ผ่านมาจะมีเสียวิจารณ์ว่าระเทศไทยเองยังไม่เป็นยังมีความเป้นประชาธิปไตยสมบูรณ์ แต่หลายประเทศก็ยังมาร่วมประชุมด้วย แสดงว่าเขาก็ยังเชื่อถือเราในการทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐอยู่

           ทั้งนี้ ประเด็นที่ได้มีการพูดถึงในที่ประชุมก็คือ เรื่องการคุกคามเจ้าหน้าที่องค์กรอิสระในต่างประเทศที่ตรวจสอบ หรือพยายามเปิดโปงคอรัปชั่น ซึ่งการคุกคามมีหลายรูปแบบทั้งการข่มขู่เอาชีวิต ตัดงบประมาณ แทรกแซงการแต่งตั้ง ซึ่งไทยเองเราก็เรียนไปว่า ไม่ได้มีสถานการณ์เกิดขึ้นในบ้านเรา โดยรัฐบาลก็ให้ความร่วมมือและสนบัสนุนเราเป็นอย่างดี โดยตัวแทนจากหลายประเทศก็ระบุว่า เห็นการเติบโตของเราในทางที่ดี โดยนานาประเทศก็ได้ให้ทุนสนับสนุนเราอยู่หลายครั้งเพื่อจัดอบรม โดยการอบรมแต่ละครั้งก็มีตัวแทนจากต่างประเทศมาร่วมด้วย นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พูดถึงประเด็นการจัดตั้งผู้ตรวจการฯ ในเรื่องที่กฎหมายครอบคลุมไม่ถึง หรือเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ อย่างบางประเทศได้มีจัดตั้งผู้ตรวจการฯระดับจังหวัด หรือทำด้านการเงินธนาคาร เป็นต้น ถือว่าเป็นประโยชน์ที่เราได้แลกเปลี่ยนกับตัวแทนจากต่างประเทศ