ข่าว

อสส.ขอเวลาดูผลสอบอัยการโพสต์เฟซพาดพิง“ประยุทธ์-วิษณุ”

อสส.ขอเวลาดูผลสอบอัยการโพสต์เฟซพาดพิง“ประยุทธ์-วิษณุ”

12 พ.ย. 2559

“อัยการสูงสุด”ขอเวลาดูผลสอบข้อเท็จจริงอัยการโพสต์เฟซวิจารณ์ร้องสอบน้องบิ๊กตู่ พาดพิงนายกฯ-รองวิษณุ ก่อนมีคำสั่ง หลังผู้ตรวจอัยการ สอบเสร็จเสนอผลตามขั้นตอน

 

          12 พ.ย. -- ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้า การตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อดีตรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา วิจารณ์การที่มีผู้ยื่นตรวจสอบน้องชายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งพาดพิงนายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีว่า ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงยังส่งมาไม่ถึงตนจึงยังไม่ทราบรายละเอียด ขั้นตอนต่อไปจะสั่งการอย่างไรนั้นต้องขอเวลาดูผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

          “เรื่องนี้ต้องดูว่ามีการเสนอมาอย่างไรบ้างและผมอาจจะพิจารณาอีกที อาจจะส่งไปให้สำนักงานคณะกรรมการอัยการ (กอ.) พิจารณาประกอบ หรือถ้าผลสอบแล้วมีความชัดเจนสามารถมีคำสั่งได้เลย ก็จะสั่งการเลย แต่ถ้าผลออกมาจะต้องมีการพิจารณาเพิ่มเติมตรงไหนหรือไม่ ก็ต้องว่ากันอีกครั้งหนึ่ง” ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ อัยการสูงสุด กล่าว

            ขณะที่นายประนต ผ่องแผ้ว ผู้ตรวจการอัยการ ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ กล่าวว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเสร็จตามคำสั่งอัยการสูงสุดเป็นที่เรียบร้อยแล้วก่อนจะครบกำหนด 30 วันตามระเบียบ ซึ่งตนได้ส่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปตามขั้นตอนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้นตนไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นผลสอบภายใน ซึ่งขั้นตอนต่อไปขึ้นอยู่กับอัยการสูงสุด จะเป็นผู้พิจารณาสั่งการ

         “ผมแค่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นว่าการกระทำลักษณะแบบนี้เป็นความผิดหรือไม่และถ้าผิด ความผิดมีแค่ไหนสมควรดำเนินการอย่างไร แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับอัยการสูงสุดว่าจะมีความเห็นอย่างไร”ผู้ตรวจการอัยการ ระบุ

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีดังกล่าว ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ อัยการสูงสุด ได้มีคำสั่งวันที่ 4 ต.ค.แต่งตั้งนายประนต ผ่องแผ้ว ผู้ตรวจการอัยการ เป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ โดยระหว่างนั้น อัยการสูงสุด ก็ได้มีคำสั่งย้ายนายปรเมศวร์ รองอธธิบดีอัยการคดีอาญา ไปปฏิบัติหน้าที่ รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุดเป็นการชั่วคราวด้วย ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา