ข่าว

มอบ “เลขาฯศอ.บต.” ย้ำพลเรือน-ทหาร-ตำรวจทำงานเนื้อเดียว

มอบ “เลขาฯศอ.บต.” ย้ำพลเรือน-ทหาร-ตำรวจทำงานเนื้อเดียว

03 พ.ย. 2559

“นายกฯ” มอบแนวทาง “เลขาฯศอ.บต.” เน้นย้ำ พลเรือน ทหาร ตำรวจ ทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน ด้าน “ภาณุ” ชี้ บึ้มชายแดนใต้ เป็นความตั้งใจให้เกิดในรอบปี

          3 พ.ย.59 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มอบนโยบายด้านการบริหารและดูแลประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แก่ นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) และ อุทัยรัฐ เลขาธิการคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ส่วนหน้า โดยนายศุภณัฐ เปิดเผยภายหลังเข้าพบว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบนโยบายให้ ศอ.บต.ทำงานร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ทั้งโครงการและแผนเร่งด่วน นอกจากนี้ ยังอยากให้ทุกหน่วยงานทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อมุ่งเน้นความต้องการของประชาชนและตอบสนองให้เร็วที่สุด พร้อมเน้นย้ำว่าทุกภาคส่วนต้องไม่แยกกันทำงาน ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร                               

          นายศุภณัฐ กล่าวถึงเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนว่า ในเรื่องความมั่นคงกองทัพภาค 4 ดูแลอยู่แล้ว ส่วน ศอ.บต.จะดูแลเรื่องการเยียวยา เช่น เสียชีวิตจะเยียวยา 5 แสนบาท ส่วนความเสียหายของทรัพย์สิน หากประกันไม่ครอบคลุม ศอ.บต.จะเข้าไปดูแลเยียวยาอย่างรวดเร็ว ให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบโครงสร้างอาคาร สินค้า ว่ามีมูลค่าเท่าใด แล้วรายงานไปยังจังหวัดเพื่อประเมิน โดย ศอ.บต.จะจ่ายเงินตามความเสียหาย                          

           ด้าน นายภาณุ กล่าวถึงการทำงานของ คปต. ส่วนหน้า ว่า เมื่อวาน (2 พ.ย.) ทางคณะได้ลงไปในพื้นที่ โดยได้การต้อนรับจากจุฬาราชมนตรี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วขานรับและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ซึ่งเราเชื่อว่าเราจะทำงานเสริมนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 2 ปี 5 เดือน ภายใต้การดูแลของรัฐบาลและคสช. ทุกอย่างก้าวหน้าขึ้นมีความร่วมมือของประชาชนดีขึ้น ซึ่งเหตุยังเกิดขึ้นอยู่ แต่ต้องดูผู้ก่อเหตุร้ายว่าวันนี้เราสามารถดำเนินการบังคับใช้กฎหมายได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน (2 พ.ย.) เข้าใจว่า เป็นความตั้งใจที่อยากให้เกิดเหมือนรอบปีของการกระทำเช่นเดือนตุลาคม แต่ขณะเดียวกันเห็นถึงความระมัดระวัง มาตรการการป้องกันของหน่วยงานความมั่นคง รวมถึงประชาชนที่ช่วยเป็นหูเป็นตาเป็นพิเศษในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พอเดือนตุลาคมคลายตัวลงไปคนที่จ้องจะก่อเหตุคงสบโอกาสที่จะทำ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้กินพื้นที่เป็นวงกว้างหรือหลายเหตุการณ์ แต่สิ่งสำคัญตามมาคือมาตรการในการควบคุมสถานการณ์ เมื่อคืนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ซึ่งเป็นความร่วมมือของประชาชนและเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้มั่นใจว่าไม่เกิน 24 ชั่วโมง ทางเจ้าหน้าที่ ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง พอจะรู้ตัวคนร้าย