
“องอาจ”ขอทุกฝ่ายเคารพคำวินิจฉัยศาลรธน.
“องอาจ”ขอทุกฝ่ายเคารพคำวินิจฉัยศาลรธน. เชื่อไม่ง่ายที่จะได้นายกฯคนนอก
2 ต.ค. 59 - นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่บางฝ่ายยังคาใจกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และมองว่าคำวินิจฉัยนั้น จะทำให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอกว่า ตนขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพในคำวินิจฉัยดังกล่าว ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งทุกภาคส่วนทุกองค์กรจะต้องปฏิบัติตาม โดยตนเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วินิจฉัยเพื่อให้เกิดผลอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่น่าจะวินิจฉัยไปตามเนื้อหาเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติบ้านเมือง ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะทำให้มีนายกฯคนนอกนั้น ตนว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุป เพราะวันนี้รัฐธรรมนูญก็ยังไม่ประกาศใช้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. พรรคการเมือง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง อีกทั้งเราก็ยังไม่ทราบผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร
“แม้ว่าร่าวรัฐธรรมนูญจะบัญญัติให้มี ส.ว. จากการแต่งตั้ง ขั้นตอนสุดท้ายโดย คสช. ถึง 250 และให่ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ เพียงหาจำนวนสมาชิกส.ส.ร่วมด้วย อีกเพียง 126 คน ก็จะทำให้ได้เสียงเกินครึ่งของสมาชิกรัฐสภา สามารถมีนายกรัฐมนตรีจัดตั้งรัฐบาลได้แต่การที่รัฐบาลจะบริหารงานได้ราบรื่น ควรมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สนับสนุนเกิน 250 เพราะการบริหารงานของรัฐบาล ที่ราบรื่นควรมมี ส.ส. หนุนเกินกึ่งหนึ่งนั่นคือเกิน 250 คนก็จะช่วยให้รัฐบาลสามารถผ่านกฎหมายได้ ผ่านงบประมาณได้ ผ่านอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ด้วยเหตุนี้จึงยังไม่มีอะไรแน่นอนขณะนี้ว่านายกรัฐมนตรีหลังจากการเลือกตั้งจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก หรือ นายกรัฐมนตรีจากบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง” นายองอาจกล่าว
นอกจากนี้นายองอาจยังกล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่าถ้าเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้ อาจใช้มาตรา 44 สั่งให้ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่เป็นการขู่นั้นว่า ตนไม่ได้มองว่าเป็นการขู่แต่อย่างใด นายวิษณุคงชี้ให้เห็นถึงขั้นตอนของกฎหมาย และอำนาจที่รัฐบาล คสช. มีอยู่ คือ มาตรา 44 ที่ยังสามารถใช้ได้ตราบเท่าที่ยังไม่มีรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง แต่รัฐบาล และ คสช. ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะทำอย่างนั้น ทั้งนี้การหานายกรัฐมนตรีไม่ได้หลังการเลือกตั้งคงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ จึงไม่ควรไปวิตกกังวลล่วงหน้าจะดีกว่า



