
รมว.กลาโหมอาเซียนหวังสร้างเครือข่ายความมั่นคงรับมือภัยคุกคาม
รมว.กลาโหมอาเซียน หวังสร้างเครือข่ายความมั่นคง รับมือภัยคุกคาม ขณะ"สหรัฐฯ"พร้อมหนุน ระบุ ปัญหาทะเลจีนใต้ ยึดกฎหมายสากล-ทำข้อตกลงร่วม ยินดี ไทยแก้ค้ามนุษย์คืบ
2 ต.ค. 59 - พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผย ผลการประชุม รมว.กลาโหมอาเซียน - รมว.กลาโหมสหรัฐอเมริกา อย่างไม่เป็นทางการ ( ASEAN - US Defense Informal Meeting ) ระหว่าง 29 ก.ย.- 1 ต.ค.59 ณ มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหมและรมว.กลาโหมประเทศสมาชิกอาเซียน เข้าร่วมประชุม
พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า การประชุมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์และแสวงหาแนวทางความร่วมมือด้านความมั่นคงร่วมกัน โดยรมว.กลาโหมประเทศสมาชิกอาเซียน ได้หารือและเห็นร่วมกันว่า ภัยคุกคามของภูมิภาคปัจจุบัน มีความหลากหลาย ซับซ้อนและเชื่อมโยงมากขึ้น โดยเฉพาะภัยจากการก่อการร้าย โจรสลัด การโยกย้ายถิ่นฐาน อาชญกรรมข้ามชาติ สงครามไซเบอร์ และภัยพิบัติทางธรรมชาติ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกประเทศสมาชิกทั้งในและนอกภูมิภาค ในการประสานงาน พัฒนากลไกและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกัน เพื่อรับมือกับปัญหาต่างๆ
พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ที่ผ่านมา อาเซียน ได้นำศักยภาพทางทหารของทุกประเทศสมาชิก มาพัฒนากลไกความร่วมมือ เพื่อรับมือกับปัญหาต่างๆร่วมกัน ผ่านการประสานงาน การฝึกร่วม รวมทั้งการแบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ร่วมกัน โดยจัดตั้งศูนย์ประสานงานร่วมด้านต่างๆ เพื่อเตรียมการรับมือกับปัญหาและภัยคุกคามต่างๆที่จะเกิดขึ้น ซึ่งประเทศสมาชิกนอกภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจมีส่วนสำคัญในการพัฒนาและเสริมขีดความสามารถให้อาเซียนมีความพร้อมมากขึ้น สำหรับนโยบายปรับสมดุลของสหรัฐต่อภูมิภาค เป็นประโยชน์ต่ออาเซียนในความเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค โดยต้องการการมีส่วนร่วมอย่างรับผิดชอบของสหรัฐ ต่อเสรีภาพ สันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคที่สร้างสรรค์ พร้อมทั้งขอขอบคุณกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ที่สนับสนุนและให้ความร่วมมือมาโดยตลอด
พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ในส่วน Dr. Aston Baldwin Carter รมว.กลาโหมสหรัฐ. กล่าวสนับสนุนอาเซียนในการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค และการกระชับความร่วมมือระหว่างกันในภูมิภาค เอเชีย - แปซิฟิก ซึ่งทุกประเทศต้องร่วมกันเสริมความมั่นคงของภูมิภาค ด้วยการเพิ่มพูนเครือข่าย ร่วมแก้ไขข้อขัดแย้ง เพื่อการคงไว้ซึ่งเสรีภาพและอิสระภาพในการเดินเรือ โดยสหรัฐพร้อมให้การสนับสนุนทุกเรื่องทั้งทวิภาคี ไตรภาคีและพหุภาคี เพื่อรับมือกับภัยคุกคามต่างๆที่เกิดขึ้นร่วมกัน โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย จำเป็นต้องร่วมส่งเสริมและเพิ่มขีดความสามารถด้านข่าวกรอง การรักษาฎหมาย การตอบโต้การโฆษณาชวนเชื่อ การสร้างความเข้าใจร่วมกัน รวมทั้งการเคารพในบูรณภาพแห่งดินแดน ความเสมอภาคและความแตกต่าง ส่วนปัญหาทะเลจีนใต้ สหรัฐให้ความสำคัญกับหลักเกณฑ์และกฎหมายสากล การจัดทำข้อตกลงร่วม การแก้ปัญหาผ่านช่องทางการทูตและจัดตั้งเครือข่ายร่วมรักษาความมั่นคง พร้อมทั้งต้องการให้จีนเข้ามามีส่วนร่วม
พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ได้กล่าวขอบคุณไทยในฐานะพันธมิตรที่ยาวนานที่สุดของภูมิภาค ที่ให้การสนับสนุนสหรัฐฯ ในการฝึกทุกระดับ รวมทั้งกล่าวชื่นชมความสำเร็จของไทย ถึงความตั้งใจจริงในความคืบหน้าแก้ปัญหาทั้งการค้ามนุษย์ การทำประมงผิดกฎหมายและการแก้ปัญหาการบินพลเรือน พร้อมทั้งยินดีจะคงความร่วมมือ และสานต่อความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อไทย ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้ใช้โอกาสนี้ เชิญผบ.กองกำลังภาคพื้นแปซิฟิก มาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในโอกาสต่อไป



