ข่าว

กกต.จ่อส่งร่างพ.ร.ป.กกต.ถึงมือกรธ. 29 ก.ย.นี้  

กกต.จ่อส่งร่างพ.ร.ป.กกต.ถึงมือกรธ. 29 ก.ย.นี้  

23 ก.ย. 2559

กกต.เตรียมส่งร่าง พ.ร.ป.กกต.ถึงมือ กรธ.จันทร์หน้า ชูแก้ปัญหาซื้อเสียงเลือกตั้ง ติดดาบตรวจยึดค้นสอบโกงเลือกตั้งเทียบตำรวจ - ตั้งกองทุนจ่ายเงินรางวัลผู้แจ้งเบาะแส



          23 ก.ย. 59 - พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงาน กกต. แถลงว่า นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. เตรียมลงนามส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(พ.ร.ป.) ให้กับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ในวันจันทร์ที่ 26 ก.ย.นี้ โดยหัวใจสำคัญของร่างพ.ร.ป.ฉบับดังกล่าว จะเป็นการแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงที่มีความรุนแรงมาโดยตลอด ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ ให้ใช้คะแนนเสียงข้างมากสำหรับการลงมติในการประชุม กกต. และการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ในระหว่างที่มีกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ และยังไม่มีการแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้ กกต.เท่าที่เหลืออยู่ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แต่ถ้าเหลืออยู่ไม่ถึง 4 คน ให้กระทำได้แต่เฉพาะการที่จำเป็น เช่น เรื่องคดีที่จะปล่อยให้ขาดอายุความไม่ได้ เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญ สำหรับ กกต.จังหวัด กำหนดให้กกต.แต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในสัดส่วนของแต่ละด้าน จำนวน 5 คน จากหลากหลายอาชีพ โดยคำนึงถึงประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญด้วย     
          พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับการสืบสวนหรือการไต่สวนของกกต. นั้น กำหนดให้ประธานกกต. กรรมการ หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจาก กกต. เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ มีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ป.วิอาญา) และอาจแจ้งให้พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจเป็นผู้ดำเนินการแทนได้ในคดีเลือกตั้งเท่านั้น เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลดังกล่าวมีอำนาจมากขึ้น ส่งผลให้การรวบรวมพยานหลักฐานดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาด้วย นอกจากนี้ ยังกำหนดให้มีการคุ้มครองพยานในขั้นตอนการสืบสวน การไต่สวนของกกต. หรือการดำเนินคดีเลือกตั้งในศาล โดยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่มีหน้าที่คุ้มครองพยานในคดีอาญา ในการคุ้มครองพยานในคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพื่อให้การสืบสวนหรือไต่สวนของ กกต.มีประสิทธิภาพมากขึ้น 
          “ร่างพ.ร.ป.ดังกล่าว ยังกำหนดว่าอาจจะไม่มีการดำเนินคดีอาญาแก่บุคคลให้ถ้อยคำ แจ้งเบาะแส หรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เป็นสาระสำคัญในการที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในการวินิจฉัยการกระทำความผิดกกต. เพื่อสร้างแรงจูงใจให้บุคคลซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดยินยอมเข้ามาให้การต่อกกต. ส่วนมาตรการลงโทษข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างซึ่งมีหน้าที่แต่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง กกต. และส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่การเลือกตั้ง ให้มีบทลงโทษทางอาญา เพื่อให้กระบวนการจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีมาตรการลงโทษที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะหากกระบวนการเลือกตั้งสะดุด ส่งผลทำให้เกิดผลเสียระดับประเทศ และยังสอดคล้องกับข้อเสนอของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ที่ให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้งด้วย” พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าว 
          พ.ต.อ.จุงวิทย์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังกำหนดให้จัดตั้งกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้ง เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและจ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้แจ้งเบาะแส เพื่อขจัดการซื้อเสียงโดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการนำหลักฐานมายื่นแก่ กกต. โดยเงินกองทุนมาจากการบริจาคของประชาชนปีละ 100 บาทในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีหรือรายจ่ายเพื่อการบริจาคตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากรได้สองเท่าของเงินบริจาค แต่ไม่เกิน 50,000 บาท ในกรณีบุคคลธรรมดา และไม่เกิน 200,000 บาทในกรณีนิติบุคคล เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนป้องกันและปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานะของ กกต. ชุดปัจจุบันให้ดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระ และการสรรหา กกต.เพิ่มเติมอีก 2 คน ตามมาตรา 222 วรรคหนึ่ง (1) ให้สรรหาภายใน 45 วัน นับแต่วันประกาศใช้ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. โดยให้เริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง.