ข่าว

"มท.1" พอใจผลงาน 2 ปีพ่อเมือง

"มท.1" พอใจผลงาน 2 ปีพ่อเมือง

23 ก.ย. 2559

"มท.1" ติวเข้มพ่อเมืองป้ายแดงยาหอมพอใจผลงาน 2 ปี เป็นมือไม้รบ.-คสช. เผย "นายกฯ" สั่งเร่งช่วยปชช.หลังฝนถล่มล้นลุ่มเจ้าพระยา แนะเก็บน้ำอุ้มการเกษตรเน้นทยอยระบาย

 

          23 ก.ย. 59 - พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวก่อนการประชุมมอบนโยบายสำคัญของรัฐบาลและแนวทางขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงมหาดไทย ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ว่า ขณะนี้ทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย ทหาร และเจ้าหน้าที่หลายส่วนช่วยกันระบายน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำฝน ซึ่งพื้นที่ใดสามารถเก็บกักน้ำได้ก็ต้องทำ อย่าให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง หรือการระบายน้ำเพียงรวดเดียวนั้นอย่างเขื่อนเจ้าพระยา ถ้าปล่อยน้ำในช่วงหนึ่งมาก จะทำให้มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ตั้งแต่ จ.อยุธยา ลงไป  
          รมว.มหาดไทย กล่าวต่อไปว่า สำหรับการแจ้งเตือนประชาชนนั้น แต่ละแห่งไม่ว่าจะระบายน้ำอย่างไรก็จะมีปัญหาในเรื่องฝนตกเป็นจำนวนมากในพื้นที่เดียว และมีน้ำท่วม น้ำหลากในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เราก็แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพร้อมให้ความช่วยเหลือ รวมถึงพื้นที่ส่วนอื่นที่มีเครื่องมือต้องเตรียมช่วยเหลือประชาชน อย่างไรก็ตามยังมีภาครัฐ และเอกชนที่เข้ามาช่วยเหลือ ประชาชนเองก็รับรู้ ช่วยเหลือตัวเองในแบบที่เรียกว่าประชารัฐ แต่ก็น่าเห็นใจ หลายคนได้รับผลกระทบในที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน   
          "ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับการแจ้งเตือนต้องระมัดระวัง สิ่งใดที่สามารถเก็บรวบรวมขึ้นที่สูงได้ก็ต้องดำเนินการ ในช่วงที่มีเหตุ เจ้าหน้าที่ก็เข้าไปดูแล คนในพื้นที่ก็ต้องช่วยกันร่วมมือกับทางภาครัฐ ช่วยกันดูแล ผู้ที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ผมเชื่อว่าน่าจะผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ และหากมีฝนตกมาเพิ่มก็น่าจะมีประโยชน์ต่อภาคการเกษตร" พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว  
          จากนั้นพล.อ.อนุพงษ์ ได้กล่าวมอบนโยบายสำคัญของรัฐบาลและแนวทางขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยที่ได้ร่วมพูดคุยกัน ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การบริหารราชการได้ใช้บริบทของผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บูรณาการงานทั้งหมด ไม่ว่าจะในส่วนของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยเอง การทำงานร่วมกันที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ  
          "ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดต้องบริหารประเทศโดยใช้แผนยุทธศาสตร์ และนโยบายเป็นกรอบที่ยึดโยงกับงบประมาณ การบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากเดินตามเส้นทางดังกล่าวไปเรื่อยๆ ทุกระดับที่ทำแผนก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น" รมว.มหาดไทย กล่าว.