ข่าว

“วิษณุ” ฮึ่ม มาตรการสกัดโกงจะออกมาอีกเพียบ!

“วิษณุ” ฮึ่ม มาตรการสกัดโกงจะออกมาอีกเพียบ!

21 ก.ย. 2559

“วิษณุ” แนะ อปท. ระวังขอบเขตอำนาจ เผย คำสั่งหน.คสช.พักงาน-ไล่ออก ขรก.ไปแล้ว 300 คน แย้มรายชื่อล็อตล่าสุด ผิดยกครัว-ยกจังหวัดก็มี ฮึ่มมาตรการสกัดโกมาอีกเพียบ

          21 ก.ย.59 -- นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับหน่วยตรวจสอบ โดยมีตัวแทนข้าราชการส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมประชุมพร้อมกล่าวได้ปาฐกถา เรื่อง “การกระจายอำนาจกับการตรวจสอบการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ตอนหนี่งว่า คนทำงาน ไม่ว่าจะฝ่ายบริหาร รัฐบาล ท้องถิ่น ห้างร้านเอกชน รู้ว่าการทำงานต้องมีงบประมาณ บุคคลากร วิทยายุทธ์คือความรู้ แต่ในที่สุดมาตายในเรื่องที่เหนือส่ิงอื่นใดคืออำนาจ แต่นั้นไม่ใช่ว่าใช้อำนาจไปข่มเหงใคร แต่การทำให้มีพลังทำงาน ประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตย ย่อมยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ทุกอย่างวนเวียนที่กฎหมาย ถ้าไม่มีกฎหมายก็ทำงานไม่ได้ ซึ่งไม่ได้ห่วงว่าผู้บริหารงานไปทำแล้วไม่มีกฎหมาย แต่ห่วงว่ามันไม่มีกฎหมายให้อำนาจท่าน แต่ท่านนึกว่ามีอำนาจ                                     

          “มันต่างกันระหว่างไม่มีอำนาจแล้วยังขืนทำ กับนึกว่ามีอำนาจแล้วขืนทำ หลายคนที่เป็นนายกฯอบจ. นายกฯอบต.ที่ทำลงไปนั้นผิด แล้วมายืนสารภาพว่าไม่ได้ทำอะไร ต่างจากนายกฯ คนก่อนๆ แล้วทำไมทำไม่ได้ ข้อแก้ตัวส่วนใหญ่เป็นอย่างนี้ ไม่ได้ทำต่าง ทำไมต้องผิด คำตอบคือมันผิด แต่คนก่อนนี่เขาเกษียณหรือไม่มีใครไปตามคิดบัญชี หลักฐานเลื่อยลอย แต่นี้ทำไปโดยไม่มีอำนาจแต่คิดว่ามีอำนาจ และทำไปโดยไม่มีอำนาจ กฎหมายบอกว่าต้องปฏิบัติตามขั้นตอน แต่กระโดดข้ามขั้นตอน ทั้งหมดคือมีอำนาจ แต่ใช้อำนาจเกินขอบเขต เกินกำหนดเวลา คือเหมือนไม่มีอำนาจ อีกประเภทเหมือนมีอำนาจ แปลว่าอย่างโน้น แต่ความจริงมันเป็นอย่างนี้ ไปแปลเข้าข้างตัวเองว่าทำได้ แม้บางคนบอกว่าไม่จริง ตรวจแล้วเชื่อว่าทำถูก ถามแล้วทำกันทั้งนั้น เรื่องก็ต้องไปถึงองค์กรใดสักแห่งชี้ขาด แก้ตัวไม่ทันแล้ว” นายวิษณุ กล่าว                       

          นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ถ้าอธิบายเป็นรูปธรรม การที่เราพบว่าอปท.หลายแห่งไม่เข้าใจ ไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจ ในอำนาจหน้าที่ของตัวเอง มีพวกหนึ่งเหมือนกันรู้ว่าผิดยังทำ พวกนี้ต้องปล่อยไป เพราะมีวิธีจัดการอยู่ แต่มีพวกนึกว่าทำได้ คือทำผิดโดยสุจริต อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ วันนี้พูดถึงการป้องกันคอร์รัปชั่น ประพฤติมิชอบ เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่ป้องกันและปราบปราม รัฐบาลเน้นตัดไฟแต่ ต้นลมคือ การป้องกัน เพื่อไม่ส้ินเปลืองงบประมาณ ต้องใช้เวลานาน หรือสุดท้ายกลายเป็นการผิดใจกันเปล่าๆ ควรบอกว่าจริงแล้วคืออย่างไรดีสุด                         

          วันนี้มีปัญหาท้องถิ่นร้องเรียนมามาก เขาหลงเชื่อทำตาม วันหนึ่งบอกว่าผิด ท้องถิ่นถามเอาอย่างไรกันแน่ ฟังนึกเห็นใจมหาดไทยและอปท.ตนเป็นกฤษฎีกาพบ 3-5 ปีที่ผ่านมา มีเรื่องมาสอบถามอำนาจหน้าที่อปท.หลายเรื่อง ครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องคุณสมบัติ อีกครึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ ซึ่งเรื่องอำนาจหน้าที่ หลายเรื่องเห็นชัดทำไม่ได้ แต่เขาทำไปแล้ว มันผิด แต่ทำไปโดยสุจริต ปัญหาคือ ผิดมันผิด สุจริตมันสุจริต              

          นายวิษณุ กล่าวว่า สองปีมานี้ เรามีศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.) เป็นการร่วมมือกันระหว่าง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ที่ย่อๆนี้ น่ากลัวทั้งนั้น ลงไปตรวจสอบทุจริตประพฤติมิชอบ แล้วรายงานเข้ามาแล้วมีคำสั่งหัวหน้าคสช.ออกไป เวลานี้พักงาน หรือให้ออก เกือบ 300 คนแล้ว ตั้งแต่ปลัดกระทรวง อธิบดี ข้าราชการระดับซี 7 ซี 8 ข้าราชการท้องถิ่นมีหมด ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ส่งรายชื่อมาเกือบ 80 คน ท้องถิ่นทั้งนั้น ยกครัว ยกจังหวัด ทุจริตเรื่องเดียวกัน คล้ายๆกัน ดูแล้วเป็นเรื่องความตั้งใจทุจริตก็มี และไม่รู้จริงในอำนาจหน้าที่ของตัวเองแท้ๆ นึกว่าทำได้              

           นายวิษณุ กล่าวว่า ดังนั้น การป้องกันนอกเหนือจากการตรวจสอบกันเอง ยังต้องมีคู่มือในการปฏิบัติอะไรทำได้ อะไรไม่ได้ เพราะเรากำลังจะมีร่างพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐฉบับใหม่ออก เปลี่ยนแปลงผิดจากเดิมไปอย่างมาก รวมถึงกฎหมายวินัยการเงินการคลังภาครัฐ และร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดระหว่างประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์ส่วนรวมหรือที่เรียกว่า“กฎหมาย 7 ชั่วโคตร” ซึ่งยังไม่ออก แต่บอกเลยว่าออกมาใช้แน่ ใช้กับเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนในประเทศไทย ในนั้นเข้มงวดมาก อะไรทำได้ อะไรไม่ได้ ต้องระวังอย่างมาก ใครริเริ่มโครงการอะไร ใครอนุมัติโครงการ ถ้าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ได้มากกว่าส่วนรวม คนต้นคิดผิดหมดทั้งกระบวนการ จนถึงคณะรัฐมนตรี(ครม.)และที่ปล่อยข่าวไม่ได้เวอร์ แต่เป็นเรื่องจริง อย่างต่อไปเอาโทรศัพท์ชาร์ตไฟราชการถือมีความผิด ใช้ซองตราครุฑใส่ตังค์ ไปให้ของขวัญผิด โดยว่าด้วยกฎหมายผลประโยชน์ทับซ้อนก็ผิด โดยวิธีปฏิบัติอย่างนี้เขาก็มีกัน กฎหมายเหล่านี้เอามาขู่ แต่ก็มีข้อยกเว้น ตนเอาสิ่งเหล่านี้มาพูดเพื่อบอกให้รู้ว่า นับวันทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมยากขึ้นทุกที การทำงานเพื่อส่วนรวมต้องกล้า ต้องเสียสละ และสุจริต เพราะสุจริตเป็นเกราะกำบังศาสตร์พ้องจริงๆ วิธีทำสุจริตคือหาหลังพิงฝา ทำอะไรมีคำตอบ มีคำแนะนำ อะไรทำไม่ได้อย่าทำ                                          

          “การจัดเลือกตั้งระดับท้องถิ่นถึงอย่างไรต้องจัดขึ้นแน่ แต่ตอบไม่ได้ว่าจะจัดการเลือกตั้งก่อนหรือหลังการเลือกตั้งใหญ่ ต้องให้คสช.เป็นคนตอบ แต่จะจัดก่อนหรือหลังเลือกตั้งใหญ่ ท่านก็ต้องทำงานของท่านไป สุจริต ท่านจะอยู่รอดปลอดภัย บุญกุศลนี้ กลับมาสนองท่านแน่” นายวิษณุ กล่าว