ข่าว

โละ !! กกต.จังหวัดปัจจุบัน เตรียมสรรหาใหม่ 

โละ !! กกต.จังหวัดปัจจุบัน เตรียมสรรหาใหม่ 

19 ก.ย. 2559

เปิดร่างพ.ร.บ.กกต. เพิ่มอำนาจออกหมายเรียก-ตรวจ-ค้น-ยึด-จับกุมได้ทันที หากพบทุจริตเลือกตั้ง ดักทางขรก.-รัฐวิสาหกิจ ทำลต.เสียหาย ถูกวินัยร้ายแรง-อาญาได้

 

          19ก.ย.59 - เปิดร่างพ.ร.บ.กกต. เพิ่มอำนาจออกหมายเรียก-ตรวจ-ค้น-ยึด-จับกุมได้ทันที หากพบทุจริตเลือกตั้ง ดักทางขรก.-รัฐวิสาหกิจ ทำลต.เสียหาย ถูกวินัยร้ายแรง-อาญาได้ ผุดไอเดีย ตั้งกองทุนปราบทุจริต รับเงินบริจาคปชช. จ่ายขวัญกำลังใจผู้แจ้งเบาะแสทุจริตเลือกตั้งทั้งส.ส.-ส.ว. ด้านที่มากกต.ใหม่ 2 คน จากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา สรรหาเสร็จก่อน 30 วันนับแต่กม.ประกาศใช้ แถมโละทิ้ง กกต.จว.ชุดปัจจุบัน-สรรหาใหม่เหลือจังหวัดละไม่เกิน 5 คน 

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในวันที่ 20 ก.ย.นี้. จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เป็นฉบับที่ 3 ในจำนวนร่างกฎหมาย 4 ฉบับเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่คณะทำงานของสำนักงานฯนำเสนอ จากที่ก่อนหน้านี้ กกต.ได้ส่งร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ไปให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)พิจารณาแล้ว 

          ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของกกต.ต่อการจัดการเลือกตั้ง และพรรคการเมือง มีทั้งสิ้น 6 หมวดและบทเฉพาะกาล ประกอบด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง การสืบสวน ไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด การดำเนินการอื่นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้ง บทกำหนดโทษ และบทเฉพาะกาล 

          ส่วนที่เกี่ยวกับที่มาและการพ้นจากตำแหน่งของกกต. บัญญัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เหมือนพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต.2550 แต่กกต.ปัจจุบัน 5 คนได้กำหนดในบทเฉพาะกาลให้ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ โดยให้เริ่มนับวาระตั้งแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง และเมื่อพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯนี้ใช้บังคับให้สรรหากกต.ที่ยังขาดอีก 2 ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน โดยสรรหาร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 222 วรรคหนึ่ง( 2) ที่ให้มาจากการคัดเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ส่วนกกต.จังหวัดนั้นกำหนดให้มีไม่น้อยกว่า 3 แต่ไม่เกิน 5 คน แล้วแต่ขนาดพื้นที่และภารกิจ โดยให้มีการสรรหาใหม่เมื่อร่างพ.ร.บ.ฯนี้บังคับใช้ 

          ขณะที่อำนาจหน้าที่ วิธีปฏิบัติงานของกกต.ที่แตกต่างจากเดิมและบัญญัติให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญ คือ มติกกต.ยังยึดหลักเสียงข้างมาก แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ประธานที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงเพิ่มเป็นเสียงชี้ขาดเฉพาะกรณีเรื่องทั่วไป แต่ถ้าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดในการสืบสวน ไต่สวน ปัญหาข้อโต้แย้งที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งส.ส. การได้มาซึ่งส.ว. พรรคการเมือง การออกเสียงประชามติ การเลือกตั้งท้องถิ่น การสั่งระงับการใช้สิทธิสมัครของผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่ให้ประธานที่ประชุมออกเสียงเพิ่มเป็นเสียงชี้ขาด องค์ประชุมของกกต. ต้องไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของ กกต.เท่าที่มีอยู่ กรณีกกต.พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้เท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ถ้ามีกกต.เหลือไม่ถึง 4 คน ให้กระทำได้เฉพาะการที่จำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ 

          การสืบสวนหรือไต่สวนที่กกต.สามารถมอบให้กกต. แต่ละคนดำเนินการหรือมอบคณะบุคคลดำเนินการภายใต้การกำกับของกกต. ถ้าพบว่า มีการกระทำที่สงสัยว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม กกต. แต่ละคนที่พบการกระทำผิด มีอำนาจสั่งระงับยับยั้งการเลือกตั้ง การลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งนั้นได้ รวมทั้งในช่วงที่มีการเลือกตั้ง ให้สตง. ปปง. หรือ ผู้สอบบัญชี ดำเนินการตามที่กกต.คนใดคนหนึ่งหรือหลายคนซึ่งได้รับมอบหมายจากกกต. ร้องขอเพื่อให้การดำเนินการของกกต.เป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น ๆ

          นอกจากนี้ในการเลือกตั้ง กำหนดให้ กกต. เลขาธิการกกต. ผอ.กกต.จังหวัด พนักงานสืบสวนหรือกรรมการไต่สวนของกกต. เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่มีอำนาจตามป.วิอาญา คือสามารถออกหมายเรียก ตรวจค้น ยึด อายัด จับกุมซึ่งหน้าได้ หากมีหลักฐานว่ามีการกระทำผิด และให้กกต.เป็นผู้เสียหายกรณีมีการกระทำผิดเลือกตั้งส.ส. การได้มาส.ว. เลือกตั้งท้องถิ่น กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายออกเสียงประชามติ มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง อาญา โดยอาจให้พนักงานกกต.เป็นผู้ดำเนินคดีและว่า ความในศาลได้ ไม่ใช่ต้องแจ้งตำรวจ หรือพึ่งพาอัยการดำเนินการเหมือนในอดีตเท่านั้น กำหนดให้หน่วยงานที่มีหน้าที่คุ้มครองพยานในคดีอาญาคุ้มครองพยานในคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งด้วยเมื่อได้รับแจ้งจากกกต. ให้กกต.ไม่ดำเนินคดีกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งบุคคลนั้นให้ถ้อยคำ แจ้งเบาะแส หรือข้อมูลที่ใช้เป็นพยานหลักฐานในการวินิจฉัยการกระทำผิด ซึ่งจะทำให้คนกล้าเข้ามาเป็นพยานให้กกต.มากขึ้น ให้กกต.มีอำนาจวางระเบียบเกี่ยวกับการผ่อนชำระค่าเสียหาย และค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดการเลือกตั้ง เนื่องจากที่ผ่านมากกต.ต้องฟ้องคดีผู้สมัครและผู้เสียหายไม่ยอมจ่าย ในส่วนข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หน่วยงานของรัฐที่กกต.มีคำสั่งให้ช่วยเหลือสนับสนุนงานเลือกตั้ง หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่มีเหตุอันสมควรจนเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่การเลือกตั้ง ให้ถือว่าทำผิดวินัยร้ายแรง และต้องรับโทษทางอาญาจำคุก 1-10 ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000บาท 

          ร่างกฎหมายดังกล่าวยังกำหนดให้จัดตั้งกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้ง ใช้สำหรับป้องกันปราบปรามการทุจริตเลือกตั้ง จ่ายสินบนนำจับแก่ผู้แจ้งเบาะแส มีคณะกรรมการบริหารกองทุนรวม 10 คนโดยประธานกกต.เป็นประธาน กรรมการประกอบด้วย กกต.คนหนึ่ง ผู้แทนกระทรวงคลัง ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิติศาสตร์หรือรัฐศาสตร์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารกองทุนภาครัฐหรือภาคเอกชน อย่างละ 1 คน และเลขาธิการกกต. เป็นกรรมการ มีอำนาจออกระเบียบเกี่ยวกับการรับ-จ่ายเงิน เก็บรักษาเงิน ทรัพย์สินของกองทุน 

          เงินของกองทุนมาจาก 1.เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ 2 เงินอุดหนุนที่รัฐจัดสรรให้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 3 เงินสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษผู้ที่กระทำความผิดต้องจ่ายตามพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. 4. เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรืออุทิศให้ 5. ดอกผลและผลประโยชน์ที่เกิดจากกองทุน 6 เงินที่ได้รับจากแสดงเจตนาในแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีละ 100 บาท 7 .เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดในคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 8. เงินค่าปรับที่ได้จากการลงโทษทางอาญาแก่ผู้กระทำผิดตามพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. การได้มาซึ่งส.ว. การออกเสียงประชามติ และเลือกตั้งท้องถิ่น 9. เงินหรือทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุนหรือที่กองทุนได้รับตามกฎหมายอื่น การจ่ายสินบนจ่ายให้กับผู้แจ้งเบาะแสการทุจริตเลือกตั้ง ถ้าเป็นเลือกตั้งส.ส.ส.ว. ผู้บริหารท้องถิ่น จำนวนตั้งแต่ 50,000-100,000บาท สมาชิกสภาท้องถิ่น 30,000 –80,000บาท.