
โปรดเกล้าฯตั้ง798นายทหาร‘บิ๊กเจี๊ยบ’ผบ.ทบ.
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหาร 798 นาย “บิ๊กเจี๊ยบ” ผงาด ผบ.ทบ.ตามคาด ฮือฮาน้องชาย “บิ๊กหมู” นั่ง มทภ.4
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อค่ำวันที่ 9 กันยายน เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ 798 นาย โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ วันที่ 9 กันยายน
ซึ่งในส่วนของกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท (ตท.16) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็น ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร (ตท.17) เป็น รองผู้บัญชาการทหารบก พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ (ตท.18) แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.ท.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล (ตท.16) แม่ทัพภาคที่ 3 เป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.ท.สสิน ทองภักดี (ตท.17) รองเสนาธิการทหารบก เป็น เสนาธิการทหารบก
ขณะที่ พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ (ตท.20) แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็น แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.กู้เกียรติ ศรีนาคา (ตท.20) รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็น แม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ (ตท.18) รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็น แม่ทัพภาคที่ 3 พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช (ตท.18) ที่ปรึกษากองทัพบก เป็น แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ศิริชัย เทศนา รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เป็น ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ
พล.ต.ธนา จารุวัต (ตท.18) รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็น แม่ทัพน้อยที่ 3 พล.ต.สุรใจ จิตต์แจ้ง (ตท.19) รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก เป็น ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก ทั้งนี้ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด (ตท.23) ผู้ชำนาญการกองทัพบก ในฐานะโฆษกรัฐบาล เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตราพลโท) พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค (ตท.22) ผู้ชำนาญการกองทัพบก ในฐานะรองโฆษกรัฐบาล เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก (อัตราพลโท)
พ.อ.เจริญชัย หินเธาว์ (ตท.23) รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ พ.อ.สมชาติ แน่นอุดร (ตท.21) เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 พ.อ.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ (ตท.19) เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 พ.อ.สิทธิพร มุสิกสิน (ตท.22) เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 พ.อ.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 พ.อ.ณัฐวุฒิ ชุณหะนันท์ เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 4 พ.อ.วุฒิชัย นาควานิช (ตท.23) รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 พ.อ.วิชาญ สุขสง เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 พ.อ.จิรเดช กมลเพ็ชร เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 พ.อ.ผดุงเกียรติ โปร่งจิตต์ เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 พ.อ.พัลลภ เฟื่องฟู เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่
ในส่วนของกองทัพอากาศ พล.อ.อ.จอม รุ่ง สว่าง (ตท.16) เสนาธิการทหารอากาศ เป็น ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.อ.ท.ทวิเดนศ อังศุสิงห์ (ตท.16) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็น รองผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.อ.อ.เผด็จ วงษ์ปิ่นแก้ว (ตท.15) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็น คณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ พล.อ.อ.สุทธิพงษ์ อินทรียงค์ (ตท.17) ผู้บัญชาการกรมควบคุมปฏิบัติการทางอากาศ เป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.อ.ท.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน (ตท.18) รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.อ.ท.สุรศักดิ์ พุ่มทอง รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็น เสนาธิการทหารอากาศ
กองทัพเรือ พล.ร.อ.พลเดช เจริญพูล (ตท.15) ที่ปรึกษาพิเศษ กองทัพเรือ เป็น รองผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.อ.นริศ ปทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.ท.จุมพล ลุมพิกานนท์ รองเสนาธิการทหารเรือ เป็น หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา พล.ร.ท.สุชีพ หวังไมตรี รองเสนาธิการทหารเรือ เป็น ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ พล.ร.ท.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ เป็น เสนาธิการทหารเรือ
ขณะที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล (ตท.16) รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชาตอุดม ติตถะสิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกลาโหม เป็น รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ (ตท.16) ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ เป็น รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.พลภัทร วรรณภักตร์ (ตท.16) ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตราพลเอก) พล.ท.สุทัศน์ จารุมณี (ตท.18) ที่ปรึกษากองทัพบก เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์(ตท.15) เสนาธิการทหาร เป็น ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ (ตท.17) รองเสนาธิการทหาร เป็น เสนาธิการทหาร พล.อ.กฤษฎา อารีรัชชกุล (ตท.15) ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เป็น รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด
สำหรับรายชื่อการแต่งตั้งนายทหารดังกล่าว เป็นความเห็นร่วมกันของพล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และพล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.โดยยึดความเป็นเอกภาพของกองทัพสร้างความศรัทธาและเชื่อมั่นให้แก่กำลังพลในการปฏิบัติงานไม่จำเป็นต้องสนับสนุนนายทหารที่เติบโตจากบูรพาพยัคฆ์เสมอไป เพราะต้องการให้นายทหารที่เติบโตจากสายงานของตนเองมีโอกาสที่ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. มิฉะนั้นจะทำให้เสียกำลังใจได้โดยเฉพาะเหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งทำให้นายกฯ ตัดสินใจเลือก พล.อ.เฉลิมชัย เชื่อว่ามีความเหมาะสมในการควบคุมดูแลสถานการณ์ได้
อย่างไรก็ตาม รายชื่อที่น่าสนใจและถูกจับจ้องอย่างยิ่งกลับเป็นน้องชายของ พล.อ.ธีรชัย ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บังคับหน่วยที่สำคัญคือ พ.อ.วุฒิชัย นาควานิช (ตท.23) รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ส่วน พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช (ตท.18) ที่ปรึกษากองทัพบก เป็น แม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งจะต้องเข้ามารับผิดชอบภารกิจสำคัญในการสร้างความสงบสุขในจังหวัดชายแดนใต้ที่กำลังคุโชนอยู่ในปัจจุบันนี้
แหล่งข่าวระดับสูงด้านความมั่นคงเปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่ฮือฮากับการเข้ามารับตำแหน่งนี้ของพล.ท.ปิยวัฒน์ หรือผู้ใกล้ชิดมักจะเรียกติดปากว่า “เสธ.อาร์ต” เพราะไม่ค่อยได้ผ่านหน่วยคุมกำลังก่อนขึ้นเป็นแม่ทัพเหมือนคนอื่นๆ แต่เป็นนายทหารที่ทำงานคร่ำหวอดในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะงานด้านข่าวกรองที่ปลายด้ามขวาน เคยได้รับหน้าที่สำคัญเป็นผู้อำนวยการศูนย์เสริมสร้างความสมานฉันท์ (ศสฉ.) ตั้งแต่ครองยศพันเอก ช่วงปี 2553
“ช่วงนั้นศูนย์เสริมสร้างความสมานฉันท์เป็นศูนย์ใหญ่ที่สุดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งอยู่ในค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ถือเป็นแหล่งข้อมูลการข่าวจากหลายๆ ด้าน ซึ่งมีความสำคัญที่สุดในการกำหนดยุทธการในพื้นที่ชายแดนใต้ ก่อนที่จะมีการยุบตัวไปเมื่อปี 2554 ส่งผลให้พล.ท.ปิยวัฒน์ ซึ่งในขณะนั้นดำรงยศพันเอกไปดำรงตำแหน่งเป็นเสนาธิการหน่วยข่าวกรองทหาร กรมยุทธการทหารบก ซึ่งเป็นการทำงานด้านข่าวกรองที่ถนัด โดยเฉพาะเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้” แหล่งข่าวระบุ
แหล่งข่าวคนเดิมบอกอีกว่า ต่อมาพ.อ.ปิยวัฒน์ ได้ขยับมาเป็นหัวหน้าส่วนประสานงานไทย-มาเลเซีย ศูนย์ประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก โดยได้ครองยศพลตรี จากนั้นได้หวนคืนสู่ชายแดนใต้อีกครั้ง ในตำแหน่งผู้อำนวยการข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งถือว่าได้มาทำงานที่ถนัด และได้กลับไปคุมหน่วยข่าวกรองทางทหารส่วนหน้า จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทั่งไต่เต้าจนขึ้นมาครองยศพลโทในตำแหน่งที่ปรึกษากองทัพบก และผงาดขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 แบบหักปากกาเซียน เพราะก่อนหน้านี้คาดหมายกันว่า พล.ท.เรืองศักดิ์ สุวรรณนาคะ แม่ทัพน้อยที่ 4 รองผอ.รมน.ภาค 4 จะได้รับตำแหน่งสำคัญนี้
ทั้งนี้สามารถดูรายชื่อทั้งหมดได้ที่ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/203/1.PDF



