
กมธ.การเมือง สปท. ชง ข้อเสนอ ร่างกม.พรรคการเมือง
กมธ.การเมือง สปท. ชง ข้อเสนอร่างกม.พรรคการเมือง เปิดช่องสมาชิกแค่ 50 คน เข้าชื่อสอบ กก.บห. - ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฐานผิดจริยธรรมหรือวินัย
7 ก.ย.59 -- คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเมือง ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มี นายเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธาน ได้เผยแพร่รายงาน เรื่อง ข้อเสนอประเด็นสำคัญเพื่อการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง โดยมีทั้งสิ้น22หน้า แบ่งเป็น6หมวด มีสาระสำคัญดังนี้ หมวด1การจัดตั้งพรรคการเมือง กำหนดให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง ต้องประกอบด้วยตัวแทนที่สมาชิกแต่ละภาคเลือก ภาคละไม่น้อยกว่า5คน หมวด2การดำเนินกิจการของพรรคการเมือง เสนอให้พรรคการเมืองต้องรับผิดชอบการเสนอนโยบายที่จะต้องได้รับการวิเคราะห์ผลกระทบ ความคุ้มค่า และความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ตลอดจนจะต้องไม่สร้างปัญหาต่อระบบการเงินการคลังของประเทศ ให้มีการแยกตำแหน่งผู้บริหารพรรคการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานไม่ซับซ้อนและเป็นอิสระสมาชิกพรรคและผู้บริจาคเงินให้แก่พรรคการเมือง มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกัน50คน เสนอให้มีการตรวจสอบความบกพร่องด้านจริยธรรมคุณธรรมหรือความผิดวินัย ต่อสมาชิกที่เป็นผู้บริหารพรรค และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หากพบว่าผิดจริง ให้ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ออกจากพรรคการเมือง ส่วนการส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้ง จะต้องแสดงแบบรายการเสียภาษีเงินได้ย้อนหลัง3ปี แสดงตนประกาศให้สมาชิกและประชาชนรู้ล่วงหน้าก่อนลงเลือกตั้ง1ปี ขณะเดียวกัน ก็ให้สมาชิกในเขตเลือกตั้งนั้นเป็นผู้คัดเลือกผู้สมัครเลือกตั้ง ด้วยวิธีการเลือกตั้งขั้นต้น (primary vote)ส่วนพรรคการเมืองที่จะส่งคนลงเลือกตั้ง จะต้องมีสมาชิกพรรคไม่น้อยกว่าร้อยละ1ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น
หมวด3การเงินและการสนับสนุนพรรคการเมือง ห้ามผู้ใดหรือนิติบุคคล สนับสนุนเงินลงทุนให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกกรณี เว้นแต่บริจาคตามที่กฎหมายกำหนด ห้าม ผู้สมัครรับเลือกตั้งนำเงินของบุคคลหรือนิติบุคคลใดมาใช้จ่ายหรือสนับสนุนการเลือกตั้งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และห้าม พรรคการเมือง หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค หรือตัวแทน รับเงินบริจาคที่ผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ เสนอให้ รัฐมีมาตราการสร้างแรงจูงใจ ให้มีการบริจาคและจ่ายค่าธรรมเนียมจากสมาชิกพรรครายปี รายละไม่เกิน200บาทต่อปี แล้วให้มีการอุดหนุนเงินเพิ่มเติมแก่พรรคการเมืองอีกหนึ่งเท่าของค่าธรรมเนียม ส่วนพรรคการเมืองเองก็ต้องมีระบบการตรวจสอบบัญชีรายรับรายจ่ายที่มีมาตรฐานเท่าเทียมกับบริษัทมหาชน
หมวด4การสิ้นสภา การเลิก และการยุบพรรคการเมือง ไม่สามารถทำได้ เว้นแต่พรรคการเมืองกระทำผิดอันเป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย และทำลายความมั่นคงของชาติ และหมวด6บทกำหนดโทษ ต้องมีมาตรการรุนแรงเพื่อลงโทษนายทุน กลุ่มทุน ที่นำเงินมาลงทุนในพรรคการเมืองเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ตลอดจน ส.ส. และส.ว. โดยให้มีโทษจำคุก5 - 10ปี ไม่รอลงอาญา โทษปรับ20ล้านบาท หากนิติบุคคลกระทำความผิด ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) เข้าตรวจสอบกระแสเงินหมุนเวียนด้วย ส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ทำผิดฐานความผิดดังกล่าวให้มีโทษจำคุกไม่เกิน10ปี ปรับเงิน20ล้านบาท พร้อมเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตลอดชีวิต
กรณีมีหลักฐานเชื่อได้ว่า ผู้สมัครรายใด กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ระเบียบ หรือประกาศกกต. หากกกต.เห็นว่า จะส่งผลให้การเลือกตั้ง ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ให้กกต. วินิจฉัยยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ขอเพิกสิทธิเลือกตั้งตลอดชีวิต แล้วถ้าปรากฎหลักฐานอันเชื่อได้ว่า หัวหน้าพรรค หรือกรรมการบริหารพรรค มีส่วนรู้เห็น ปล่อยปละละเลย แต่ไม่ได้ระงับยับยั้ง ให้ถือว่า พรรคการเมืองนั้น กระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศด้วยวิธีการที่ไม่ได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคถือว่า มีความผิด มีโทษต้องถูกตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อเสนอประเด็นสำคัญเพื่อการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ผ่านความเห็นชอบจาก กมธ.ปฏิรูปด้านการเมืองแล้ว จะถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่สปท.เพื่อขอความเห็นชอบอีกครั้ง ก่อนมอบให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นำไปพิจารณาจัดทำร่างกฎหมายลูกต่อไป



