
มติกกต. สั่งสนง.ศึกษารูปแบบทำงานเป็นบอร์ด
"สมชัย” เผย กกต. มีมติสั่งสนง.ศึกษารูปแบบทำงานเป็นบอร์ด รับรธน.ใหม่
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่เคยออกมาระบุว่า การเลือกตั้งส.ส. น่าจะตรงกับวันที่ 10 ธ.ค.2560ว่า เป็นความเห็นส่วนตัว ที่ตนพิจารณาจากขั้นตอนการดำเนินการต่างๆที่จะไปอยู่ในช่วงนั้นพอดี ไม่เคยพูดว่าเป็นมติกกต. ซึ่งตนก็ได้เห็นข่าวที่ประธานกกต. ชี้แจงต่อสื่อฯแล้ว และในการประชุมกกต.เมื่อวาน(18ส.ค.)ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าวในที่ประชุม
นายสมชัย กล่าวด้วยว่า ตนได้เสนอแนวคิดต่อที่ประชุมให้พิจารณาปรับรูปแบบการทำงานของกกต. จากเดิมแต่ละคนรับผิดชอบเป็นด้านกิจการ มาเป็นการทำงานในรูปแบบบอร์ด เนื่องจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดให้มีกกต.รวม 7 คน และให้ทำงานร่วมกันเป็นคณะกรรมการไม่แยกด้าน โดยมีข้อดีจะเกิดความรับผิดชอบร่วมกัน กรรมการทุกคนรู้ทุกเรื่อง ขณะที่ข้อเสีย คือการทำงานรูปคณะกรรมการเป็นวิธีทำงานแบบใหม่ที่กกต.ไม่คุ้นชินกับการทำงานลักษณะนี้ เนื่องจากนับแต่ก่อตั้งกกต.มารวม 18 ปี กกต.ทำงานแบบแยกด้านรับผิดชอบมาตลอด การแยกด้านจะทำให้เกิดความสนใจและเข้าใจการทำงานแต่ละเรื่องแบบลึกซึ้ง
“ที่ประชุมจึงมีมติให้สำนักงานไปดำเนินการศึกษารูปแบบการทำงานแบบคณะกรรมการว่า ถ้าจะมีการทำงานในลักษณะดังกล่าวจะเป็นอย่างไร ระบบประชุม การเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมจะมีการดำเนินการอย่างไร โดยให้เสนอผลการศึกษาต่อที่ประชุมก่อนที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ หากกกต.เห็นว่ารูปแบบดังกล่าวเหมาะสม ก็จะนำมาทดลองใช้เพื่อเตรียมรับกับการที่รัฐธรรมนูญจะมีผลบังคับใช้ที่คาดว่าจะเป็นเดือนพ.ย.นี้”นายสมชัย กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อทดลองใช้ไป 6 เดือนก็จะมีการประเมิน ถ้าเป็นผลดีก็จะใช้รูปแบบดังกล่าวกับกกต.อีก 2 คนที่จะเข้ามาตามรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ถ้าไม่ดีก็จะกลับไปทำงานในแบบการแบ่งด้านกิจการรับผิดชอบเช่นเดิม และมีการแบ่งส่วนงานใหม่เป็น 7 ด้าน เพื่อรองรับกกต.ที่จะมีรวม 7 คน แต่ไม่จำเป็นต้องเพิ่มรองเลขาเป็น 7 คน
นายสมชัย ยังกล่าวอีกว่า ในการประชุมกกต.ยังได้มีการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงแล้ว แทนผู้บริหารกกต.ที่จะเกียษณอายุในวันที่ 30 ก.ย.นี้ บางส่วน แต่การพิจารณายังไม่เสร็จ ทั้งในส่วนตำแหน่งผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และผู้อำนวยการสำนักต่างๆ ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ โดยจะมีการพิจารณาต่อในการประชุมครั้งหน้า แต่ในส่วนของตำแหน่งรองเลขาธิการกกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ที่นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ จะพ้นจากตำแหน่งนั้น ตนเห็นว่าพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานกกต. เหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งดังกล่าว แม้ว่าพ.ต.อ.จรุงวิทย์ จะลงสมัครเลขาธิการกกต.ก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นเรื่องของอนาคต ถ้ามาเป็นเลขาฯกกต.ก็ตั้งคนอื่นมาเป็นรองเลขาฯแทน
///////////////



