
"สุเมธ"ซัดนักการเมืองไม่ย้อนดูตัว
"สุเมธ"ซัดนักการเมืองเอะอะอ้างประชาธิปไตยตามต่างประเทศ ไม่ย้อนมองดูตัว ยกเศรษฐกิจพอเพียง นำทางการเมือง เคลียร์ประเทศให้ถูกทาง
19 ส.ค. นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้บรรยายพิเศษเรื่อง "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการเป็นประชาธิปไตยที่ยังยืน" ให้กับผู้เข้ารับการศึกษาในหลักสูตรสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง(พตส.7) ของสำนักงาน กกต.
โดยนายสุเมธ กล่าวตอนหนึ่งว่า ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ประชาชนต้องพิจารณาอย่างรอบครอบ ช่วยบ้านเมืองให้มั่นคงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่เบียดเบียน ไม่คอร์รัปชั่น ตั้งแต่ปี 2512 พวกเราชอบรื้อของเก่าและพยายามหาของใหม่มาแทน พระองค์ท่านบอกใจเย็นๆก่อนได้ไหม ก่อนที่จะรื้อของเก่า เราเขียนรัฐธรรมนูญสร้างใหม่ ทิ้งของเก่า ไม่มีสักฉบับที่หยิบของเก่ามาปรับปรุง จะสร้างกี่ครั้งหลักการก็เหมือนกัน แต่เราก็ไม่เอา สุดท้ายก็ไปไม่รอดทุกฉบับ เพราะมันไม่สะท้อนสภาพที่แท้จริงของสังคม ปัจจุบันสถานการณ์รอบโลกเป็นโรคเบื่อระบบเก่า
นายสุเมธ ยังหยิบยกพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโครงการต่างๆ พร้อมกล่าวว่า พระองค์ได้ทรงทำประชาพิจารณ์ ด้วยการลงพื้นที่รับฟังความเดือดร้อนของประชาชน และก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระประชวร พระองค์ได้เรียกทีมงานเข้าเฝ้าฯ เพื่อประชุมก่อนที่จะเสด็จไปตามท้องที่ต่าง ๆ ซึ่งพระองค์ก็ได้นั่งพับเพียบบนพื้น และชี้ไปที่เก้าอี้ที่ประทับ แล้วถามว่าทำไมพระเจ้าอยู่หัวต้องเหนื่อย ต้องลำบากทุกวัน เพราะว่าประชาชนยังยากจนอยู่ เมื่อประชาชนยากจนแล้ว อิสรเสรีภาพเขายังไม่มี และเมื่อเขาไม่มีอิสรภาพ เสรีภาพ เขาก็เป็นประชาธิปไตยไม่ได้ ถ้ารัฐบาลมีธรรมาภิบาลยังไงก็อยู่ได้ ถ้าไม่มีธรรมาภิบาล ต่อให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง หรือเป็นประชาธิปไตยจ๋า คนก็ลุกขึ้นมาขับไล่อยู่ดี เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศ เพราะพฤติกรรมของนักการเมือง จะตัดสินความอยู่รอดหรือไม่ การเข้ามาต้องถูกต้องและต้องดีด้วย
"การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงช่วยเหลือคนยากจน แท้จริงแล้วกำลังปักหลักประชาธิปไตยที่แท้จริงให้กับประเทศ ถ้าประชาชนไม่อิ่มท้องก็จะถูกชักจูงได้ เมื่อประชาชนอิ่มท้องจะชักจูงได้ยากดังนั้นนับเป็นสาระสำคัญอย่างมาก เพราะจุดอ่อนของไทย คือ การไม่ยอมเป็นตัวของตัวเอง ตามคนโน้นคนนี้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม จึงอยากจะฝากนักการเมืองทั้งหลายที่นั่งเรียนอยู่ในหลักสูตรนี้ ให้ช่วยกันดู เพราะไม่เคยออกแบบอะไรที่เหมาะกับตัวเอง เอะอะก็ต้องประชาธิปไตย"นายสุเมธ กล่าว
นายสุเมธ ยังกล่าวด้วยว่า ก่อนที่จะร่างรัฐธรรมนูญวางระบบเศรษฐกิจ ต้องเช็คตัวเองดูก่อน ประมานตัวเองก่อน หากตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีจะใช้เศรษฐกิจพอเพียง เป็นเครื่องนำทาง จะต้องประเมินตัวเองก่อน ควรทำในสิ่งที่เราถนัด เศรษฐกิจพอเพียงสอนให้มั่นคง ยั่งยืน สร้างภูมิคุ้มกัน มีความรู้ทันโลก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น สามารถใช้กับการเมืองได้ การร่างรัฐธรรมนูญจะต้องเคลียประเทศในทางที่ถูกต้อง ต้องประเมินสถานการณ์ ยกตัวอย่างการร่างรัฐธรรมนูญที่ก่อนจะร่างฯ เราต้องประเมินสถานการณ์ของประเทศก่อน ว่าวันนี้กับ 10 ปีที่แล้วเหมือนกันหรือไม่ หรือวันนี้กับก่อนรัฐประหารต่างกันอย่างไร ดังนั้นต้องร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับสถานการณ์แต่ละช่วง เพราะสถานการณ์จะไม่เหมือนกัน ใช้เหตุผลเป็นเครื่องนำทาง อย่ามัวแต่ตะแบงถึงหลักการประชาธิปไตย โดยไม่ดูสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเหมือนว่าเราปวดท้องแล้วไปกินยาแก้ไข้หรือเป็นมะเร็งแล้วให้กินยาหอม ซึ่งก็คงไม่หาย
"กรณีที่สหรัฐอเมริกาเข้าไปในอิรักและอัฟกานิสถาน ด้วยข้อกล่าวหาไม่เป็นประชาธิปไตย เข้าไปสถาปนาประชาธิปไตย แต่ตอนนี้เป็นประชาธิปไตยหรือไม่ และจะรอดหรือไม่รอดก็ยังไม่รู้ ดังนั้นเราจะต้องทำให้ดี ให้มีภูมิคุ้มกัน เพื่อจะได้ไม่มีการแก้ไขบ่อย ๆ ไม่อยากบอกว่าให้มีคนกลางมาเป็นนายกฯ แต่ก็ต้องมีทางออกเป็นท่อไอเสีย จะได้ไม่จนมุมแล้วนำไปสู่การปฎิวัติอีก สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเราล้นเกินไป"นายสุเมธ กล่าว



