
"มีชัย" ขอบคุณฝ่ายหนุน-ต้านช่วยโปรโมทร่างรธน.ผ่านประชามติ
“มีชัย” ขอบคุณฝ่ายหนุน-ต้านร่างรธน.ร่วมมือเผยแพร่ร่างรธน. สู่ปชช. ดันร่างรธน.ผ่านประชามติ ยินดีเปิดวงคุย“นักการเมือง”เพื่อรับฟังความเห็นจัดทำกม.ลูกที่เกี่ยวข้อง
7 ส.ค.59 -- นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พร้อมด้วยกรธ. ร่วมแถลงเพื่อขอบคุณประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ซึ่งมีผลอย่างไม่เป็นทางการว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิเกินครึ่ง โดยนายมีชัย นำแถลงว่า ตนขอขอบแถลงขอบคุณประชาชนผู้มาออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ทำให้ผลการลงประชามติมีแนวโน้มจะได้รับความเห็นชอบเกินครึ่ง และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนการทำงานของกรธ.โดยสำคัญคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้คำชี้แจงต่อกระบวนการอธิบายความของร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ รวมถึงขอขอบคุณผู้ที่เห็นต่างกับกรธ.ที่ช่วยเพิ่มความกว้างขวางของการรับรู้ในเนื้อหาไปสู่ประชาชนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหลังจากนี้ไปตนขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือกับรัฐบาล และคสช. เพราะทั้งหมดจะทำเพื่อประโยชน์สุขต่อไปในอนาคต
“ต่อไปนี้ ผมคิดว่า เรากำลังจะมีกติกาใหม่ที่ผ่านความเห็นชอบของประชาชนทั้งประเทศ เราต้องลืมเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างการรณรงค์ทำประชามติ ที่แสดงความเห็นที่แตกต่าง ตำหนิ และต่อว่า หากเป็นส่วนที่กระทำต่อ กรธ. ทางกรธ.จะขอทิ้งไป หากกรธ.ตอบและทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี ขออภัยและขอให้ลืม เพื่อให้เดินหน้าและนำพาประเทศเดินหน้าตามกติกาใหม่ที่เราเห็นดีเห็นงามร่วมกัน ขอให้รับรู้ว่า กรธ. จะรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายที่จัดทำกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองและการเลือกตั้งให้มากที่สุด เพราะเรารู้ดีว่าความชำนาญในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งมีน้อยมาก ซึ่งกรธ.พร้อมรับความเห็นของพรรคการเมืองและพร้อมรับนัดพูดคุยเพื่อให้เกิดความร่วมมือซึ่งกันและกัน แต่คงไม่ถึงขั้นให้ร่วมยกร่างกฎหมาย เพราะกังวลว่าอาจมีข้อครหาตามมาภายหลัง” นายมีชัย กล่าว
นายมีชัย กล่าวด้วยว่าหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการออกเสียงประชามติอย่างเป็นทางการแล้ว ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 4 เดือนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถึงมีผลบังคับใช้ เพราะกรธ.ต้องนำร่างรัฐธรรมนูญกลับมาปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับคำถามประกอบร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวต้องหารือร่วมกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่าเนื้อหาของคำถามประกอบมีบทบัญญัติที่ครอบคลุมประเด็นอะไรบ้าง โดยเวลาที่กรธ.ต้องพิจารณาคือ ภายใน 30 วัน จากนั้นต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาบทบัญญัติว่ากความสอดคล้องกับคำถามประกอบการออกเสียงประชามติหรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 7 วัน เมื่อผลพิจารณามีมติว่าสอดคล้องกรธ.ต้องนำส่งให้ นายกฯ เพื่อเข้าสู่กระบวนการลงอาลักษณ์ ประมาณ 30 วันก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่ายังไม่สอดคล้อง กรธ.ต้องนำกลับมาแก้ไขภายใน 15 วันและเข้าสู่กระบวนการต่อไป ดังนั้นในช่วงเวลาก่อนที่รัฐธรรมนูญฉบับถาวรประกาศใช้องค์กรอิสระสามารถพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องไปพรางก่อนได้
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความชัดเจนต่อการเลือกตั้งส.ส.ครั้งแรกหลังจากมีรัฐธรรมนูญใหม่ นายมีชัย กล่าวว่า อาจมีความเป็นไปได้ที่จะจัดการเลือกตั้งได้ภายในพ.ศ.2560 แต่หากขั้นตอนกระบวนการหลังจากออกเสียงประชามติมีความขลุกขลักหรือล่าช้า จนเป็นผลที่ทำให้กระบวนการเริ่มต้นตามที่บทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชมมติล่าช้าตามไปด้วย อาจทำให้การเลือกตั้งถูกเลื่อนออกไปประมาณ 1-2 เดือน ซึ่งอาจจะกินเวลาไปจนถึงเดือนธันวาคมก็ได้



