
"กตต."เป็นปลื้ม..
กกต.ปลื้มปชช.ตื่นตัวออกมาใช้สิทธิประชามติ เชื่อเหตุฉีกบัตรเกิดจากความเข้าใจผิด ยันคนเจตนาฉีกบัตร-คนร่วมถ่ายคลิปผิดกม. ด้าน“สมชัย” โวปรากฏการคนต่อแถวยันปิดหีบ
- 7 ส.ค. 59 - นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. พร้อมด้วยนายประวิช รัตนเพียร นายบุญส่ง น้อยโสภณ นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ร่วมแถลงข่าวสรุปภาพรวมการออกเสียงประชามติภายหลังการปิดหีบลงคะแนนออกเสียง ประชามติ
โดยนายศุภชัย กล่าวขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดออกเสียงประชามติ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และหน่วยงานความมั่นคง ทั้งตำรวจทหาร กอ.รมน. ซึ่งภาพรวมในการออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์ป่วนหรือวุ่นวาย ส่วนกรณีที่มีการฉีกทำลายบัตรออกเสียงประชามติในหลายพื้นที่นั้น จากรายงานของ กกต.จังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพบว่าเกิดจากความเข้าใจผิด ซึ่งพบว่ามีเพียง 2 กรณี ส่วนที่เหลือเป็นความเข้าใจผิด ซึ่งต้องแยกทั้ง 2 กรณีออกจากกัน ทั้งนี้การกระทำที่เป็นความผิดก็ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ในส่วนของการฉีกบัตรจากเหตุเข้าใจผิดนั้น กกต.จะนำไปปรับปรุงเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้ใช้สิทธิต่อไป ทั้งนี้หากไม่มีการร้องคัดค้าน กกต.จะประกาศผลการออกเสียงและจำนวนผู้มาใช้สิทธิให้นายกฯทราบโดยเร็ว
นายบุญส่ง กล่าวต่อว่า กรณีการฉีกทำลายบัตรที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 26 จังหวัด นั้น ส่วนใหญ่พบว่าเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คิดว่าเมื่อกาบัตรออกเสียงเสร็จแล้วต้องฉีกบัตรออกเป็น 2 ส่วน มีเพียงกรณีเดียวที่มีการจงใจฉีกบัตร และมีการแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองก่อนที่จะฉีกบัตรด้วย ซึ่งกรณีดังกล่าวนอกจากจะผิดตามมาตรา 59 เรื่องการฉีกทำลายบัตรออกเสียงแล้ว ยังผิดฐานก่อความวุ่นวายในการออกประชามติในมาตรา 60 (9) อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ประชาชนสามารถร้องคัดค้านได้ภายใน 24 ชม. หรือก่อนเวลา 16.00 น. ของวันที่ 8 ส.ค.นี้
ด้านนายสมชัย กล่าวว่า ตนปลื้มใจที่ภาพรวมการทำประชามติครั้งนี้คนออกมาใช้สิทธิมาก มีความตื่นตัวสูง แม้ว่าขณะนี้ยังไม่รู้ว่าผลผู้ออกมาใช้สิทธิมีจำนวนเท่าไหร่ แต่ตนเชื่อว่าผู้มาใช้สิทธิมากกว่าการทำประชามติปี 50 แน่นอน โดยสังเกตได้จากปราการที่ออกมาที่หลายหน่วยออกเสียงมีคนต่อคิวใช้สิทธิลง คะแนนจนถึงเวลาปิดหีบ รวมทั้งตัวเลขจากหน่วยออกเสียงนอกเขตที่ตรวจสอบผู้มาใช้สิทธิด้วยระบบสมาร์ทการ์ดรีดเดอร์ ใน จ.ปราจีนบุรี ที่มีผู้มาใช้สิทธิ 88.46 เปอร์เซ็นต์ และใน จ.ลพบุรี มีผู้มาใช้สิทธิ 89.28 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามประเมินว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิใกล้ 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกรณีการฉีกบัตรออกเสียงประชามติที่อาจจะมีเจตนานั้น นอกจากคนที่ฉีกบัตรจะมีความผิดตามาตรา 59 แล้ว อีก 2 คนที่ถ่ายคลิปวิดีโอก็จะถือว่ามีความผิดในฐานก่อนความวุ่นวายในการทำประชามติด้วย
ทั้งนี้นายสมชัย กล่าวด้วยว่า กกต.คาดหวังว่าผลการลงประชามติจะเป็นที่ยุติ ไม่ว่าจะมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิแค่ไหนและคะแนนเห็นชอบหรืไม่เห็นชอบจะแตกต่างกันอย่างไร เบื้องต้นที่มีการเกรงกันว่าที่มีการเกรงกันผลประชามติที่ออกมาเป็นเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศหรือไม่ จากที่ตรวจสอบจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิคิดว่าน่าจะเกินกว่าร้อยละ 50 ซึ่งน่าจะก้าวข้ามประเด็นนี้ไปได้แล้ว ส่วนผลคะแนนแพ้ชนะกันหากแตกต่างกันมากก็จะสะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีเจตนารมย์ไปในทิศทางเดียวกัน แต่ถ้าแตกต่างกันไม่มากเป็นสิ่งที่บอกว่าประชาชนที่คิดไม่เหมือนกันอยู่มากพอสมควร แต่ทั้งนี้ตนหวังว่าทุกฝ่ายจะยอมรับผลที่ออกมาและเดินหน้าไปสู่แนวทางการเมืองที่วางไว้ ยอมรับว่าที่ผ่านมากกต.ทำอะไรที่แปลกประหลาดเยอะ แต่อยากให้มองถึงความตั้งใจที่พยายามให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้มาก ทั้งการพัฒนาแอพลิเคชั่น การแก้ไขกฎหมายให้มีการจัดตั้งหน่วยพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ และคนพิการ การจัดรายการดีเบต ดังนั้นใครที่บอกว่าการออกเสียงประชามติครั้งนี้ไม่มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นก็อยากให้ไปดูว่ามีการจัดดีเบตกี่ครั้งและมีมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ส่วนการกระทำความผิดอยากให้มีการแยกแยะว่ากระทำความผิดตามพ.ร.บ.ประชามติกี่ราย ผิดกฎหมายความมั่นคงกี่ราย ไม่ใช่มากล่าวหาว่าใช้กฎหมายประชามติปิดปาก แต่เป็นเพราะนักเคลื่อนไหวไม่ทำตามกฎหมายต่างหาก
เมื่อถามว่าสื่อต่างประเทศมีวิพากษวิจารณ์การจัดประชามติครั้งนี้ไม่เป็นไปตามหลักสากล นายสมชัย กล่าวว่า ต้องดูว่าสื่อต่างประเทศมีข้อเท็จจริงเพียงใด ได้มารู้มาดูหรือไม่ว่าปรพชาชนที่ออกมาใช้สิทธิถูกบังคับหรือไม่ เราคงไม่ให้น้ำหนักกับสื่อต่างชาติที่มีอคติ ตนไม่เชื่อว่าสื่อต่างชาติจะมีข้อเท็จจริงและมีประสิทธิภาพเพียงพอเพราะไม่ได้มารู้ข้อมูล การจะบอกว่ามีการจับกุม ปิดทีวี ถือว่าปิดกั้นเสรีภาพแล้ว ก็ต้องถามว่า ได้มารู้หรือไม่ว่าคนที่ถูกจับกุม เกิดขึ้นเพราะอะไร เกี่ยวข้องกับประชามติหรือไม่ ส่วนที่วิจารณ์ว่าประชาชนไม่รู้เรื้อหาสาระขอร่างรัธรรมนูญทั้งหมดนั้น ขอย้อนกลับไปว่าคิดว่าจะต้องมีเวลาเท่าไหร่ ประชาชนถึงจะรู้ และการที่ไม่ได้แจกร่างฯทุกครัวเรือนแล้วประชาชนจะรู้และเข้าใจ แต่ประชาชนมีวิธีคิดของเขา ซึ่งเขาสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่เขามีอยู่ อย่าดูถูกความคิด เขาอาจจะตัดสินใจเพราะเขาชอบ นายก พรรคกาเรมืองเขาก็เลือกอย่างนึง จึงเป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง
นายสมชัย ยังชี้แจงถึงกรณีที่ใช้หีบบัตรเป็นพลาสติก ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะมองเห็นผลการลงคะแนน ว่า การที่กกต.ทำให้เป็นหีบใสขุ่นก็เพื่อรู้ว่าก่อนการหย่อนบัตรนั้นไม่มีอะไรอยู่ในหีบ เมื่อมีการหย่อนบัตรแล้วคนอาจจะมองเห็นคะแนนในบัตรได้ แต่ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าบัตรนั้นเป็นของใคร ถือว่ารักษาเจตนาการลงคะแนนแบบลับได้ และไม่ต่างกับการใช้หีบกระดาษหรือหีบเหล็กที่กกต.ใช้อยู่เดิม ซึ่งด้านหน้าก็เป็นพลาสติกมองเห็นได้ชัดยิ่งกว่าหีบรุ่นใหม่ แต่ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าผลคะแนนนั้นเป็นของใคร
เมื่อถามว่า หน่วยออกเสียงในจ.ปทุมธานี และ จ.สมุทรปราการ ไม่มีการพิมพ์ลายนิ้วมือผู้มาใช้สิทธิผิดกฎหมายหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า อาจเป็นข้อบกพร่องในการอบรมกรรมการประจำหน่วย เนื่องจากกรรมการประจำหน่วยนั้นจัดการออกเสียงมานานเลยเกิดการคุ้นชินในรูปแบบเก่าที่ให้เซ็นต์ชื่อในต้นขั้วบัตรอย่างเดียว ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ถือว่าผิดกฎหมายและไม่เป็นบัตรเสีย แต่ไม่ใช่สาระสำคัญของการออกเสียงประชามติ แต่เป็นปัญหาที่กกต.ต้องหารือกัน เมื่อเรารู้ก็สั่งการให้แก้ไขทันที
นายศุภชัย กล่าวว่า การออกเสียงประชามติครั้งนี้มีองค์กรต่างประเทศมาสังเกตการณ์ลายประเทศ ทั้งหมดต่างชื่นชมการทำงานของกกต. ว่าเป็นไปด้วยความโปร่งใสทุกขั้นตอนไม่มีการบังคับขู่เค็ญแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลคะแนนออกเสียงประชามติทั่วประเทศ ณ เวลา 17.31 น.ประเด็นที่ 1 เห็นชอบ จำนวน 5,124,735 คน คิดเป็น 62.16 % ไม่เห็นชอบ จำนวน 3,119,228 คน คิดเป็น 37.84% ประเด็นที่ 2 คำถามเพิ่มเติม เห็นชอบ จำนวน 4,599,819 คน คิดเป็น 58.74% ไม่เห็นชอบ จำนวน 3,230,414 คน คิดเป็น 41.26%



