ข่าว

“ภูมิธรรม”โพสเฟซฯฝากความหวัง ปชช.ทำหน้าที่"ยามปกป้อง ปชต."

“ภูมิธรรม”โพสเฟซฯฝากความหวัง ปชช.ทำหน้าที่"ยามปกป้อง ปชต."

06 ส.ค. 2559

“ภูมิธรรม”โพสเฟซฯฝากความหวัง ปชช.ทำหน้าที่"ยามปกป้อง ปชต."

 

          นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้โพสเฟซบุ๊ค ก่อนวันลงประชามติเพียง 1 วันมีใจความดังนี้

          พรุ่งนี้(อา.7สิงหา)เป็นวันลงประชามติ

          เชื่อว่าทุกท่าน น่าจะได้ไตร่ตรอง ท่าที/ข้อคิดและการแสดงความเห็นของทุกฝ่าย
          (ยกเว้นฝ่ายเห็นต่างที่ได้พื้นที่การแสดงออกน้อยและยากลำบาก)มาบ้างแล้ว

          เริ่มแต่กลุ่มนิสิต/นศ. เยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่จะต้องมีชีวิต อยู่ในอนาคต..โลกที่พวกเขาจะต้องเผชิญและมีโอกาส ที่จะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้ ยาวนานมากกว่าคนรุ่นผม
          พวกเขา จะต้องใช้ชีวิตท่ามกลางรธน.และกติกาที่พวกเขามิได้มีส่วนร่างและกำหนด พวกเขาจึงจำเป็นต้องใคร่ครวญอย่างยิ่ง ต่อ"อนาคตตามแผนยุทธศาตร์อีก20ปีข้างหน้า ที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้เลือก"
          ...หากร่างรธน.นี้ผ่านการเห็นชอบ!!!

          กลุ่มที่2) คณาจารย์จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ซึ่งถือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสังคม ที่มีหน้าที่การสอน/การทำวิจัย วิพากษ์ วิจารณ์และเสนอแนะทางเลือกและทางออกให้กับสังคม
          ....ภายใต้ภาวะที่ร่างรธน.ซึ่งจะลงประชามติครั้งนี้ มีเจตนารมณ์ ที่จะกำกับและควบคุมให้รัฐบาลในอนาคต ตกอยู่ภายใต้กติกาบังคับเดินต่อไปอีก 20ปี ซึ่งค่อนข้างขัดแย้งกับวิถีของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา

          ...หมายความว่ารัฐบาลใหม่ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป ไม่อาจจะวางแนวนโยบายใดๆนอกกรอบที่ร่างรธน.นี้กำหนดไว้ได้เท่าใดนัก หรือแทบจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงใดๆได้เลย..
           "หากร่างรธน.นี้ได้รับความเห็นชอบ"

          .....เป็นที่น่าเสียดายที่ความพยายามในการเสนอมุมมองเกี่ยวกับร่างรธน.นี้ในด้านที่แตกต่างจากคณะผู้ร่างฯ ได้รับโอกาสและช่องทางนำเสนอน้อยมาก ซึ่งถือเป็นรอยด่างในการทำประชามติครั้งนี้อย่างยิ่ง

          กลุ่มที่3) กลุ่มNGOs และองค์กรภาคประชาสังคมต่างๆ
         รวมทั้งกลุ่มองค์กรปกครองท้องถิ่นต่างๆ...ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ทำงานคลุกคลีอยู่กับคนจนหรือกลุ่มคนที่ยังขาดโอกาสหรือยังได้รับโอกาสในสังคมน้อย
         พวกเขาสะท้อนความเห็นของพวกเขาอย่างชัดเจนว่า...
         .."หากร่างรธน.ผ่านความเห็นชอบ"...ร่างรธน.นี้จะ ลดสิทธิประชาชนและทำให้โอกาสของประชาชนลดหายไปไม่น้อย พวกเขาจึงไม่อาจเห็นชอบในร่างรธน.นี้ได้

           กลุ่มสุดท้าย....พรรคการเมืองใหญ่ 3 พรรคต่างแสดงความชัดเจนพร้อมกัน ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรธน.ดังกล่าว โดยเริ่มจาก
           -พรรคปชป. อดีตหัวหน้าพรรคทั้งสี่ ประกอบด้วย
           คุณชวน/คุณพิชัย/คุณบัญญัติ และคุณอภิสิทธิ์ รวมทั้งอดีตแกนนำปชป.หลายท่าน
          ล้วนแสดงท่าทีชัดเจนไม่อาจยอมรับร่างรธน.ดังกล่าวได้
         -แกนนำสำคัญของพรรคชาติไทยพัฒนา อันประกอบด้วยคุณสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และคุณนิกร จำนง ก็ได้แสดงท่าทีที่เข้มแข็งและชัดเจนว่า พวกตนมิอาจยอมรับร่างรธน.ที่จะก่อปัญหามากมายให้แก่อนาคตของประเทศได้

         -พรรคเพื่อไทยที่ถือเป็นอีก1พรรคการเมือง ก็ได้แสดงท่าทีที่เด่นชัดและมีความเป็นเอกภาพ โดยแกนนำสำคัญทั้งหมดของพรรคเพื่อไทย ล้วนแสดงจุดยืนที่ชัดเจนและหนักแน่นว่า.."ร่างรธน.ที่จะนำมาลงประชามติหากผ่านความเห็นชอบมาได้ จะนำมาซึ่งปัญหาที่ไม่รู้จบ และจะสร้างปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้นอีกต่อไปในอนาคต ซึ่งจะทำให้ชีวิตของคนไทยทุกข์ทนและยากลำบากมากยิ่งขึ้นต่อไป"

          ที่สำคัญนอกจากท่าทีของกลุ่มคนต่างๆที่กล่าวมาทั้งหมดนี้..ยังมีผู้นำทางสังคมและผู้ทรงคุณวุฒิและพลเมืองผู้ห่วงใยสังคมอีกจำนวนไม่น้อย...รวมทั้งอดีตนายกรัฐมนตรีประเทศไทยอีกไม่น้อยกว่า5ท่านที่มีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ประกอบด้วย....
            "คุณชวน/คุณทักษิณ/คุณสมชาย/คุณอภิสิทธิ์และคุณยิ่งลักษณ์" ล้วนแสดงท่าทีชี้ชัดว่าร่างรธน.ฉบับนี้มีปัญหา/ไม่ยึดโยงกับประชาชนและจะสร้างปัญหา รวมทั้งไม่อาจแก้ไขปัญหาของประเทศในอนาคตได้ทันการเปลี่ยนแปลง"

             วันอาทิตย์ ที่7สิงหาคมนี้
            จึงถือเป็นวันสำคัญที่คนไทยทุกคน ต้องออกไปแสดงตน "เลือกอนาคตของตนที่ยังมีโอกาสเลือกได้"

           ขณะที่ ประชามติครั้งนี้มีปัญหาอย่างยิ่งเรื่อง"ความยุติธรรม และความชอบธรรม"...จึงอยากขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมเป็นส่วนสำคัญในการทำหน้าที่ "ยามปกป้องประชาธิปไตย"
         -เชิญชวนประชาชน ออกมาใช้สิทธิกันให้มากๆ 
          -ช่วยกันหมั่นออกมาตรวจดูบรรยากาศหน้าหน่วยลงประชามติ
          -ช่วยกันใช้เวลา/ใช้ตัวเอง/ใช้โทรศัพท์มือถือหรือกล้องส่วนตน บันทึกภาพเหตุการณ์ให้การลงประชามติครั้งนี้เกิดความโปร่งใสและบริสุทธิ์ ยุติธรรมที่สุด

          มีแต่ประชาชนที่เป็นความหวังพลังแห่งความบริสุทธิ์ของประชาชนเท่านั้นที่จะช่วยทำให้การลงประชามติครั้งนี้เกิดความบริสุทธิ์และยุติธรรมที่สุด

           "7 สิงหา ไปลงประชามติไปช่วยกันเฝ้าดู การนับคะแนน หน้าหน่วย"

           ภูมิธรรม เวชยชัย
           6ส.ค.59 10.30น.