
นายกฯ สั่งยกเลิกแผนกู้ศก.“เห็บสยาม”
กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลอย่างหนักถึงแผนการกู้เศรษฐกิจ "เห็บสยาม" ของปลัดคลัง หลังนำเสนอได้เพียงวันเดียว ก็ถูกนายกฯประยุทธ์ สั่งยกเลิก
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ส.ค.59 ที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงานฉลองวันอาเซียน (ASEAN Day 2016) ซึ่ง กต.จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4, 5 และ 8 สิงหาคมนี้ เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนในวงกว้าง โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยคณะทูตจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า ปีนี้ถือเป็นปีสำคัญที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ตนพบกับผู้นำประเทศต่างๆ หลายครั้ง ได้มีการหารือร่วมกันมาโดยตลอด ร่วมกันผลักดันมาตรการต่างๆ ในลักษณะการเชื่อมโยงของอาเซียน รัฐบาลไทยได้เพิ่มพูนศักยภาพของประเทศและอาเซียน เราเข้มแข็งประเทศเดียวไม่ได้ ทิ้งใครไว้ข้างหลังก็ไม่ได้ ที่ยืนเราเล็ก จำเป็นต้องรวมกันทำให้เป็นกลุ่มประเทศที่มีความเข้มแข็ง ในลักษณะสนับสนุนกันของไตรภาคี ประเทศใครใหญ่กว่าหรือมีศักยภาพมากกว่าก็ต้องสนับสนุนซึ่งกันและกัน อย่างคำกล่าววานนี้ (3 ส.ค.) ของนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ที่มีการเปิดโมเดลใหม่กู้เศรษฐกิจไทย ในชื่อ “เห็บสยาม” เกาะเศรษฐกิจประเทศใหญ่แล้วดูดเลือดจนอ้วน ไม่เป็นศัตรูกับใคร
" ที่มีประเด็นเรื่องเห็บสยามนั้น ผมก็คิดว่าพูดเกินไปหน่อย ได้สั่งการให้ยกเลิกไปแล้ว มันใช้ไม่ได้ทั้งหมด เราต้องยึดหลักประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทุกคนควรภาคภูมิใจในการเดินหน้าไปพร้อมกัน จากนี้ไปจะไม่มีใครเป็นพี่เป็นน้อง แต่จะใช้คำว่าเป็นญาติกันดีกว่า
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวในระหว่างเปิดงานและปาฐกถาเรื่อง “เศรษฐกิจโลกขยับก้าว…เศรษฐกิจไทยขยับไกล : กบข.เดินหน้าอย่างไร” ซึ่งกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จัดขึ้น โดยเสนอโมเดล หรือแผนในการกอบกู้เศรษฐกิจไทยตอนหนึ่งว่า ขณะนี้มีความชัดเจนว่า ไทยไม่อาจอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ตามลำพัง ไทยต้องพึ่งพิงประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่า เปรียบเหมือนให้ไทยทำตัวเป็น "เห็บ" ที่ไปเกาะและสูบเลือดจากเศรษฐกิจอื่นที่ดี เช่น ไปเกาะเศรษฐกิจจีน แต่เมื่อเศรษฐกิจจีนไม่ดี เห็บไทยหรือ เห็บสยาม ก็ไปเกาะอินเดีย และแอฟริกใต้า ทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ แม้หากประเทศจีนล้ม อินเดียเจ๊ง แต่ไทยยังยืนอยู่ได้
"โมเดลเศรษฐกิจไทยส่วนตัว ผมมองว่าควรเป็นเห็บสยามโมเดล คือ เติบโตไปกับประเทศต่างๆ แต่ไม่ทรุดตัวไปตามวัฏจักรเศรษฐกิจ คือเราจะไปเกาะประเทศที่โตดี เช่น จีน อินเดีย หรือแอฟริกาใต้ หากประเทศเหล่านี้โตเราจะโตตามไปด้วย กินจนเราอ้วน แต่เมื่อเกิดเศรษฐกิจขาลง เราจะย้ายไปโตกับประเทศอื่นแทน โดยถือเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจกับทุกประเทศ ไม่ใช่เป็นคู่แข่งของประเทศใด" ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุ
ขณะที่ในเฟซบุ๊คของนายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ "Jessada Denduangboripant" อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อธิบายความหมายของ “เห็บ” ว่า เห็บไม่ได้เป็นพันธมิตรกับหมา แมว หรือคนที่มันเกาะ มันเป็น “ปรสิต” ที่ดูดกินเลือดสัตว์ที่เกาะ สร้างความรำคาญ นำโรคร้าย ฯลฯ เป็นภาวะปรสิต parasitism หรือลบบวก ( – , + ) ไม่ได้สร้างผลดีใดๆ แก่สัตว์เจ้าบ้านนั้น … แถมมันไม่ได้เที่ยวโดดย้ายไปย้ายมานะ มันจะเกาะดูดเลือดจนอิ่มเต็มที แล้วค่อยหล่นลงมาเพื่อลอกคราบหรือวางไข่
เช่นเดียวกับใน “วิกิพีเดีย” ได้อธิบายความหมายของคำว่า "เห็บ" ไว้เช่นกันว่า เป็นปรสิตภายนอกของสัตว์หลายชนิด เช่น ม้า ลา แพะ แกะ กวาง หมู หมา และสัตว์ป่าบางชนิด เห็บทุกระยะต้องการเลือด เห็บระยะตัวอ่อน ต้องดูดกินเลือดจนอิ่มตัว ก่อนจะลอกคราบเป็นระยะตัวกลางวัย ขณะที่เห็บระยะตัวเต็มวัย จะเกาะและอาศัยบนตัวสัตว์ทุกระยะของการเจริญเติบโต จากนั้นเพศเมียจะต้องกินเลือดจนอิ่มตัว ก่อนที่จะลงสู่พื้นเพื่อหาที่เหมาะสมในการวางไข่ สัตว์ที่มีเห็บเกาะดูดเลือดจำนวนมากจะส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ในสัตว์อายุน้อยจะทำให้การเจริญเติบโตช้า แคระแกรน ส่วนในสัตว์ที่โตเต็มที่ อาจซูบผอม ผลผลิตน้ำนมลดลง นอกจากนี้เห็บยังเป็นพาหะนำโรคร้ายแรง ได้แก่โรค babesiosis anaplasmosis และ theileriosis



