ข่าว

การข่าวยืนยัน ไม่มีแผนล้มประชามติ

การข่าวยืนยัน ไม่มีแผนล้มประชามติ

03 ส.ค. 2559

โฆษกกอ.รมน. ยันด้านการข่าวไม่มีล้มประชามติ เชื่อ 7 ส.ค. ไร้เหตุป่วน กอ.รมน.พร้อมหนุนงานทุกส่วน

 

           3 ส.ค. - พ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีที่ยังมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีพ่นสีสเปรย์เกี่ยวกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญตามป้ายราชการต่างๆ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้จากกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าที่ได้ตรวจพบโดยพบในพื้นที่จ.ปัตตานีมากที่สุด รองลงมาคือ.ยะลา และจ.นราธิวาส ทั้งนี้จากสิ่งบอกเหตุต่างๆ พบว่าเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติ โดยประเด็นนี้เป็นหน้าที่รับผิดชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และศูนย์ดูแลความสงบเรียบร้อยเพื่อสนับสนุนการออกเสียงประชามติของกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคงภายในพื้นที่
           เมื่อถามว่าช่วงโค้งสุดท้ายของการลงประชามติ กอ.รมน.จะมีบทบาทอย่างไร และจะมีการจัดตั้งวอร์รูมดูแลการเคลื่อนไหวการทำประชามติด้วยหรือไม่ พ.อ.พีรวัชฌ์ กล่าวว่า กอ.รมน.มีบทบาททำงานตามปกติ ซึ่งพร้อมรับคำสั่งและประสานงานให้ความช่วยเหลือได้ทุกเมื่อจากกกต.และรัฐบาล แต่ปกติกอ.รมน.จะปฏิบัติงานด้านการข่าวอยู่แล้ว พร้อมทั้งบูรณาการประสานงานกับทุกส่วนราชการ โดยพร้อมให้ความสนับสนุนทุกหน่วยงานหากมีการประสานเข้ามา
           เมื่อถามต่อว่าจากข้อมูลด้านการข่าวของกอ.รมน.มีสิ่งใดที่จะบ่งชี้ว่าจะมีการล้มการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ พ.อ.พีรวัชฌ์ กล่าวว่า จากข้อมูลด้านการข่าวที่ผ่านมาไม่มีสิ่งบอกเหตุที่จะเกิดเหตุรุนแรงที่ทำให้การลงประชามติไม่เกิดขึ้นในวันที่ 7 ส.ค. ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามปกติ ไม่มีเหตุรุนแรง

           เมื่อถามว่าพล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกอ.รมน. จะไปเฝ้าดูแลสถานการณ์หรือไม่ พ.อ.พีรวัชฌ์ กล่าวว่า พล.อ.พิสิทธิ์สวมหมวกหลายใบ ดังนั้นตนคิดว่าก็คงติดตามสถานการณ์ พร้อมทั้งไปทำหน้าที่ตามสิทธิ์ของคนไทย
           ด้านพ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ยืนยันว่าข้อมูลด้านการข่าวของคสช.ยังไม่มีความเคลื่อนไหวว่าจะเกิดเหตุความรุนแรงในวันที่ 7 ส.ค. เนื่องจากภาพรวมที่ผ่านมายังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่มีเพียงส่วนน้อยที่แสดงความคิดเห็นที่อาจสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายบ้าง แต่เจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการลักษณะแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยพยายามที่จะดำเนินการไม่ให้กระทบภาพลักษณ์และมุมมองของสังคม ถ้ามีการดำเนินการใดๆ เข้าข่ายผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็พร้อมดำเนินการทันทีโดยเริ่มจากการขอความร่วมมือ