ข่าว

“มีชัย”แจงปฏิทินอายุรัฐบาล เลือกตั้งได้ช้าสุดไม่เกินต้นปี 61

“มีชัย”แจงปฏิทินอายุรัฐบาล เลือกตั้งได้ช้าสุดไม่เกินต้นปี 61

27 ก.ค. 2559

“มีชัย” แจงปฏิทินอายุรัฐบาล ตามกรอบร่างรธน. ยันกระบวนการปกติ ต้องเลือกตั้งได้ช้าสุดไม่เกินต้นปี 61

 

 27 ก.ค.-นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการกล่าวบรรยายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญต่อผู้บริหารและพนักงานของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) โดยย้ำว่า การดำรงตำแหน่งของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระยะยาวหรือไม่นั้น ไม่เกี่ยวกับผลของการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพราะตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลั่นวาจาต้องมีการเลือกตั้งภายในพ.ศ. 2560 จึงต้องเป็นไปตามกระบวนการ โดยหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ต้องพิจารณาด้วยว่าคำถามประกอบการออกเสียงประชามติจะผ่านด้วยหรือไม่ หากคำถามประกอบประชามติฯ ผ่านต้องใช้เวลาปรับปรุงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ประมาณ 1 เดือน จากนั้นต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาว่าเนื้อหามีความสอดคล้องหรือไม่ โดยหากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าไม่สอดคล้องต้องนำกลับไปปรับปรุงใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลาในกระบวนการดังกล่าวอีก 3-4 เดือน จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการประกาศใช้ และทำกฎหมายลูก ซึ่งหากกระบวนการเป็นไปตามกำหนดปกติ การเลือกตั้งจะอยู่ในช่วงปลายปี 2560 หรือไม่เกินต้นปี 2561 ส่วนจะมีปัจจัยอื่นแทรกซ้อนหรือไม่ ตนไม่ได้เรียนทางโหราศาสตร์จึงตอบไม่ได้ ขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองก่อนการออกเสียงประชามตินั้น ตนเชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจของประชาชน

          “มาถึงวันนี้ การเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ของกรธ.​ผมมองว่าคนส่วนใหญ่รู้เรื่องรัฐธรรมนูญมากขึ้น แต่คงยากที่จะบอกว่าคนรับรู้แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์เพราะคนบางคนก็ปิดประตูไม่รับรู้ หรือคนเจ็บไข้ก็ไม่รับรู้ หรือคนที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ก็ไม่รู้ ขณะที่บางพื้นที่ เช่น ภาคใต้ ที่มีปัญหาเรื่องการอ่านภาษาไทยกลาง เพราะใช้ภาษาถิ่นในการสื่อสารนั้น ผมเชื่อว่าเครือข่ายของกรธ.​ระดับพื้นที่จะสื่อสารร่างรัฐธรรมนูญให้คนในพื้นที่เข้าใจได้” นายมีชัย กล่าว

          ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกแถลงการณ์กดดันให้เปิดเสรีภาพช่วงประชามติ ประธาน กรธ. ว่า ต้องถามยูเอ็นว่าเสรีภาพรวมถึงการไปเอาความเท็จไปให้ประชาชนด้วยหรือไม่เพราะสิ่งที่รัฐบาลทำไม่ได้ห้ามประชาชนให้แสดงความเห็น แต่ห้ามการพูดความเท็จ ซึ่งคล้ายกับกรณีสมมติที่ยูเอ็นสั่งเจ้าหน้าที่ของยูเอ็น ไม่ให้พูดว่า ยูเอ็นอยู่หลังฉากในการฆ่ากันตายที่ประเทศลิเบีย ประเทศจอร์เจีย หรือประเทศอื่นๆ เพราะประเด็นดังกล่าวไม่ใช่ความจริง ดังนั้นกรณีดังกล่าวยูเอ็นถือว่าเป็นการปิดเสรีภาพเขาหรือไม่ คำตอบคือไม่ เพราะยูเอ็นไม่ได้ทำ แต่สิ่งที่ถูกห้ามคือ การพูดเท็จ เช่นเดียวกันกับกรณีที่มีผู้นำรัฐธรรมนูญไปพูดเท็จว่าจะยุบบัตรทอง ทั้งที่ไม่มีมาตราใดระบุไว้ ดังนั้นการคำนึงถึงเสรีภาพต้องอยู่บนพื้นฐานของความสุจริตใจด้วย ส่วนกรณีที่ยูเอ็นออกแถลงการณ์ดังกล่าวอาจมีกระบวนการเบื้องหลัง ซึ่งตนคิดว่ายูเอ็นต้องเป็นกลางไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับการยอมรับ

         “อย่านึกว่าเรื่องเล็กๆ แล้วคนจะปล่อย วันหนึ่งหากเรื่องสะสมมากๆ ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ ยกตัวอย่างที่ผมว่ายูเอ็นห้ามคนพูดเรื่องที่ไม่เป็นความจริงถือเป็นการห้ามใช้เสรีภาพหรือไม่ ซึ่งกรณีที่ประชามติเราให้การมีส่วนร่วม ใครจะพูดอะไร หรือแถลงการณ์อะไรไม่เคยห้าม ทั้งที่สิ่งที่พูดนั้นไม่ตรง เราก็ไม่เคยตอบ เพราะจะไปว่าความคิดเห็นของเขาไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาใครเคยเห็น กรธ. หรือ กกต. ห้ามใครพูดหรือไม่” นายมีชัย กล่าว

         ถามต่อว่าทำไมบรรยากาศช่วงก่อนออกเสียงประชามติจึงมีการจับกุมจำนวนมาก และแตกต่างจากการลงประชามติ ปี 2550 นายมีชัย กล่าวว่า เพราะคนไม่ได้ใช้ความสุจริตใจในการแสดงความคิดเห็นเพราะร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ใจแก้ปัญหาประเทศ จึงกระทบต่อคนที่เคยทำสิ่งที่คุ้นเคย จึงรู้สึกว่ารุนแรงไปบ้าง แต่ตนคิดว่าทั้งสื่อมวลชนและประชาชนต้องศึกษาเรื่องนี้ และดูตามสิ่งที่มันเป็นจริง ส่วนกรณีล่าสุดที่มีคำสั่งปลดผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับหจังหวัดในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งถูกมองว่าเป็นเครือข่ายของพรรคเพื่อไทยนั้น ตนเชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบใดๆ เพราะหากเขามีเครือข่ายจริง คงถูกสั่งให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว