ข่าว

นับคะแนนประชามติเหมือนเดิม

นับคะแนนประชามติเหมือนเดิม

25 ก.ค. 2559

"สมชัย"ยันนับคะแนนหน้าหน่วยออกเสียงประชามติเหมือนเดิม พร้อมแสดงผลแบบละเอียด แยกภาค-แยกจว.-จำนวนผู้มาใช้สิทธิ รับลูก รบ.จัดเวทีดีเบต โยน กกต.จว.เลือกคนร่วมรายการ

 

          วันที่ 25 ก.ค. 59 - นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงการรายงานผลคะแนนการออกเสียงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. ว่า สำหรับการนับคะแนน ยืนยันว่ายังมีการนับคะแนนและเปิดเผยคะแนนที่หน้าหน่วยออกเสียงเหมือนเช่นการเลือกตั้ง ซึ่งการมีกระแสข่าวว่าไม่มีการนับคะแนนที่หน้าหน่วยนั้นเป็นข้อมูลที่ผิดไม่เป็นข้อเท็จจริง สำหรับการรายงานผลคะแนนนั้นแบ่งเป็นสองส่วน อันดับแรกรายงานผลคะแนนอย่างเป็นทางการ ที่จะใช้เวลาประมาณ 3 วันหลังจากวันออกเสียง จึงจะทราบผลเนื่องจากต้องรอเอกสารทุกชิ้นและตรวจสอบความถูกต้อง ส่วนการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ กกต.ได้ทำแอพพลิเคชั่นให้กรรมการประจำหน่วยแต่ละหน่วย เพื่อให้ส่งคะแนนจริงผ่านแอพฯมายังส่วนกลางแบบรายงานสดหรือเรียลไทม์ หน้าจอรายงานผลคะแนนที่สำนักงานกกต.จะแสดงคะแนนการออกเสียงประชามติ เป็นตัวเลขว่ามีผู้มาใช้สิทธิเท่าไหร่ ผลการออกเสียงเห็นชอบและไม่เห็นชอบจะระบุชัดแยกเป็นภาค เป็นจังหวัดว่ามีจำนวนเท่าไหร่ พร้อมกับรายงานความคืบหน้าการนับคะแนนที่จะแสดงผลเป็นเปอร์เซนต์ ดังนั้น สื่อมวลชนก็จะรู้ผลคะแนนพร้อมกับประชาชน 
            นายสมชัย กล่าวต่อว่า เดิมที ที่สำนักงานกกต. จะแสดงผลคะแนนเป็นเปอร์เซนต์แบบเรียลไทม์จะไม่มีการใส่คะแนนดิบที่ละเอียด แต่จะให้คะแนนดิบดังกล่าวกับสื่อมวลชนแต่ละช่องแต่ละสำนัก เพื่อให้สื่อมวลชนนำข้อมูลนี้ไปนำเสนอเอง เพราะกกต.ให้ความสำคัญกับสื่อ แต่เมื่อสื่อบางสำนักนำข้อมูลในที่ประชุมมาเปิดเผยว่าหาก กกต.รายผลเช่นนี้จะเป็นการไม่โปร่งใส กกต.มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ เมื่อสื่อบางสำนักนำเสนอข้อมูลเช่นนี้ กกต.จึงตัดสินใจใช้วิธีเดิมคือจะแสดงผลคะแนนดิบที่หน้าจอของสำนักงานกกต. โดยให้สื่อมารอฟังผลที่สำนักงานกกต.กันเอง 
           นายสมชัย กล่าวอีกว่า ช่วงเช้าวันนี้ (25 ก.ค.) กกต.มีการประชุมวาระพิเศษ โดยพิจารณากรณีที่รัฐบาลได้ติดต่อขอให้ กกต.จัดเวทีชี้แจงร่าง รธน.และการทำประชามติใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยให้ กกต.ดำเนินการร่วมกับผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด ซึ่ง กกต.เห็นว่าเป็นประโยชน์ในการจัดเวทีดังกล่าวจึงเห็นชอบด้วยหลักการและส่งหนังสือเวียนไปยังผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัดว่าให้ดำเนินการจัดเวทีชี้แจง โดย กกต.ได้จัดงบให้จังหวัดละ 1 แสน 5 หมื่นบาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่เหลือจากการพิมพ์เอกสารต่างๆ ที่แจกจ่ายให้กับประชาชน ที่ประชุมได้มอบให้ทาง กกต.จังหวัดหารือกับผู้ว่าฯ ในการกำหนดเรื่องการเชิญบุคคล สถานที่ การดูแลความปลอดภัย รวมทั้งวันที่จะจัด คือถ้าจังหวัดมีความพร้อมในวันใด ก็สามารถกำหนดได้เอง ขึ้นอยู่กับจังหวัดนั้นๆ แต่จะต้องจัดให้เสร็จภายในวันที่ 3 ส.ค.
          นายสมชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับรูปแบบการจัดเวที จะเป็นการให้นำเสนอข้อมูลของทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฝ่ายละ 2 คน ในเบื้องต้น ฝ่ายที่เห็นชอบเชื่อว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) น่าจะส่งตัวแทนไปได้ทุกเวที ส่วนตัวแทนของกรธ.หากไม่สะดวก ก็จะให้เชิญครู ก. ไปช่วยอธิบาย สำหรับฝ่ายไม่เห็นด้วย ก็จะให้ทางจังหวัดเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม หากไม่มีกลุ่มการเมืองก็อาจเชิญอาจารย์ นักวิชาการ หรือเอ็นจีโอ ไปร่วมแสดงความคิดเห็นได้ คาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 400 คน อีกทั้งใช้เวลาจัดแต่ละครั้งประมาณ 3 ชั่วโมงที่จะมีการเปิดโอกาสให้ประชาชนซักถามอีกด้วย 
           ทั้งนี้นายสมชัย กล่าวว่า สำหรับการประชุมกกต. ในวันที่ 26 ก.ค. จะมีวาระการพิจารณาเพื่อขอมติที่ประชุมในการทำหนังสือเตือนไปยังหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งที่มีการเผยแพร่เอกสารที่อาจบิดเบือนเนื้อสาระร่างรัฐธรรมนูญ.