
“กลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใย” เรียกร้อง 5 ข้อ ประชามติ ร่าง รธน.
เครือข่ายประชาสังคมเชิญชวนทุกฝ่ายแสดงจุดยืนเรียกร้องให้เกิดกระบวนการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่โปร่งใสและชอบธรรม ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล
วันที่ 20กรกฎาคม 2559 เครือข่ายกลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใยได้ออกคำแถลงใช้ชื่อว่า "คำแถลงว่าด้วยการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 7 สิงหาคม 2559ฉบับที่ 2" มีใจความว่า
เพื่อให้การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 มีความชอบธรรมเป็นไปตามหลักการที่เป็นที่ยอมรับในทางสากล มีความครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งในเชิงเนื้อหาและกระบวนการ
ผู้ที่มีรายนามดังต่อไปนี้ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายในสังคมร่วมกันผลักดันให้ข้อเสนอดังต่อไปนี้ เกิดขึ้นได้จริง
1. ให้ความเคารพในสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยต้องเปิดให้ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้ถกแถลงด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วนและรอบด้าน เอื้อให้มีพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัยสำหรับทุกฝ่ายเพื่อการแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์
2. จำเป็นต้องมีการเสนอทางเลือกที่ชัดเจนให้กับประชาชน ในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ว่ามีกระบวนการในการร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรต่อไป
3. ในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ ควรมีกระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากฉันทามติผ่านกลไกที่ทุกกลุ่มทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการออกแบบกระบวนการและกำหนดหลักการสำคัญในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตยเป็นไปตามกรอบเวลาที่มีการประกาศไว้ใน roadmap สู่การเลือกตั้งและตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว
4. หากหลักการตามข้อเรียกร้อง ข้อ 1 – ข้อ 3 ที่กล่าวมาข้างต้นเกิดขึ้นจริง ทุกกลุ่มทุกฝ่ายควรยอมรับในผลของการทำประชามติ โดยร่วมกันส่งเสริมให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพในสังคม
5. รัฐธรรมนูญที่จะได้มานั้นควรมีหลักการสำคัญ อาทิ การคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิของประชาชนในด้านต่างๆ ที่ไม่ถดถอยไปจากเดิม การตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจอธิปไตยของกลไกทางการเมืองที่มีความสมดุล การกำหนดให้มีการปฏิรูปที่เป็นรูปธรรม การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นที่มีความพร้อมในการจัดการตนเอง การกำหนดมาตรการในการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น และมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งไม่ให้ขยายผลไปสู่การใช้ความรุนแรง รวมทั้ง มีบทบัญญัติที่เอื้อให้สามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขรัฐธรรมนูญได้โดยไม่ยากเกินไป เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์และความเปลี่ยนแปลงของสังคมตามความจำเป็นและตามกรอบของกฎหมาย
ทั้งนี้ท้ายคำแถลง ได้ระบุถึงรายนามองค์กรที่ลงนามสนับสนุนคำแถลง 17 องค์กร และมีบุคคลที่ลงนามสนับสนุนคำแถลงจำนวน 117 คน โดยมีบุคคลที่มีชื่อเสียง อาทิ ศ.สุริชัย หวันแก้ว ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาฯ,นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์,นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นต้น



