ข่าว

"มาร์ค"ชี้รัฐบาลต้องเปิดพื้นที่แสดงความเห็นประชามติ

"มาร์ค"ชี้รัฐบาลต้องเปิดพื้นที่แสดงความเห็นประชามติ

20 ก.ค. 2559

“อภิสิทธิ์”ร่วมลงชื่อกลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใย”เสนอรัฐบาล เปิดพื้นที่แสดงความเห็น“ประชามติ”กำหนดทางเลือกให้ชัด

 

          20 ก.ค. 59 - นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าได้ร่วมลงชื่อในคำแถลงว่าด้วยการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 7 ส.ค.59 ฉบับที่ 2 ของกลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใยว่า ตนได้ร่วมลงชื่อตั้งแต่คำแถลงครั้งแรกที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 25 เม.ย.59 โดยเห็นว่าการทำประชามติควรจะให้ประชาชนมีส่วนร่วม  มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่หลากหลายเป็นธรรมชาติ  เพื่อให้บรรยากาศการทำประชามติ  มีผลในการเรียนรู้และทำให้ประชามติเป็นของส่วนรวม
                 

         ตนได้สัมผัสกับประชาชนในพื้นที่พบว่า คนไม่ให้ความสำคัญกับการทำประชามติ  เพราะกฎหมายห้ามหลายอย่างจนไม่กล้าทำอะไร กลายเป็นการไม่สนใจทำให้ไม่มีข้อมูลรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเองเมื่อจะลงคะแนนก็ไม่มีความรู้แต่ใช้วิธีการสอบถามความเห็นจากคนที่ตัวเองไว้ใจ ว่าควรลงคะแนนอย่างไร กลายเป็นการออกเสียงประชามติตามความเชื่อและเป็นไปตามระบบอุปถัมภ์หรือการชี้นำของกลไกรัฐ ดังนั้นจึงเห็นด้วยกับหลักการของกลุ่มนี้ ที่เสนอให้รัฐปรับบทบาทและแนวคิดใหม่ ให้นำไปสู่การทำประชามติที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ซึ่งยังทำได้ในเวลาที่เหลืออยู่และทำให้เงิน 3,000ล้านไม่สูญเปล่าโดยสิ้นเชิง
               

         นายสาธิต กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมลงชื่อกับกลุ่มนี้ก่อนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ โดยเป็นการลงชื่อกับองค์กรที่หวังดีต่อประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการลงประชามติ และหวังให้ผู้มีอำนาจปรับปรุงวิธีการ ซึ่งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเกี่ยวกับการพิจารณา ว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเรื่องนี้ต้องดูหลายมิติทั้งเรื่องเนื้อหา สถานการณ์ทางการเมือง เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายของประเทศในการเดินไปพร้อมกัน  ไม่ใช่เป็นประชามติที่ฝ่ายหนึ่งต้องการชนะ ส่วนอีกฝ่ายต้องการดิสเครดิตโดยไม่มีเหตุผลต่อต้องการเอาชนะเพื่อแย่งชิงอำนาจ  ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้มีอำนาจ ต้องคิดวิธีที่เกิดความสมดุลย์ด้วยการปรับทัศนคติของตัวเอง สำหรับจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นอย่างไรให้ รอดูหลังจากวันที่ 25 ก.ค.2559 ซึ่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะเดินทางกลับประเทศไทยในคืนวันที่ 24 ก.ค.2559
               

          รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า  สำหรับเนื้อหาในคำแถลงว่าด้วยการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 7 ส.ค.59 ของกลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใย มีสาระสำคัญคือ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายในสังคมร่วมกันผลักดันให้ข้อเสนอ 5 ข้อ เกิดขึ้นได้จริงคือ 1.เคารพในสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยต้องเปิดให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้ถกแถลงด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วนและรอบด้าน เอื้อให้มีพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัยสำหรับทุกฝ่ายเพื่อการแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์
             

          นายสาธิต กล่าวว่า 2. ต้องมีการเสนอทางเลือกที่ชัดเจนให้กับประชาชน ในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติในวันที่ 7 ส.ค.59 ว่ามีกระบวนการในการร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรต่อไป 3. ในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ ควรมีกระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มาจากฉันทามติผ่านกลไกทุกกลุ่มทุกฝ่าย มีส่วนร่วมในการออกแบบกระบวนการและกำหนดหลักการสำคัญในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตย  เป็นไปตามกรอบเวลาที่มีการประกาศไว้ในโรดแมพ สู่การเลือกตั้งและรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 
               

         4. หากหลักการตามข้อเรียกร้อง ข้อ 1-3 ที่กล่าวมาข้างต้นเกิดขึ้นจริง ทุกกลุ่มทุกฝ่ายควรยอมรับในผลของการทำประชามติ โดยร่วมกันส่งเสริมให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพในสังคม และ 5 รัฐธรรมนูญที่จะได้มานั้นควรมีหลักการสำคัญ อาทิ การคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิของประชาชนในด้านต่าง ๆ ที่ไม่ถดถอยไปจากเดิม การตรวจสอบการถ่วงดุลการใช้อำนาจอธิปไตยของกลไกทางการเมืองที่มีความสมดุลย์ การกำหนดให้มีการปฏิรูปที่เป็นรูปธรรม การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นที่มีความพร้อมในการจัดการตนเอง การกำหนดมาตรการในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น และมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งไม่ให้ขยายผลไปสู่การใช้ความรุนแรง รวมทั้งมีบทบัญญัติที่เอื้อให้สามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขรัฐธรรมนูญได้โดยไม่ยากเกินไป เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์และความเปลี่ยนแปลงของสังคมตามความจำเป็นและตามกรอบของกฎหมาย