
อนุ กรธ.ชี้ เอกสารกลุ่ม ปชต.ใหม่ บิดเบือนข้อเท็จจริง
โฆษก กรธ. เผย ผลสอบเอกสารเห็นแย้ง ร่างรธน. “กลุ่มประชาธิปไตยใหม่” เข้าข่ายบิดเบือนข้อเท็จจริง เล็งดำเนินการ 3 ทางเลือก
11ก.ค.59 – “โฆษก กรธ. “ เผยรับทราบผลตรวจสอบเอกสารความเห็นแย้ง ของกลุ่ม ปชต.ใหม่แล้ว เข้าข่ายบิดเบือนข้อเท็จจริง แต่ไม่สรุปจะเอาผิดตามกฎหมายหรือไม่ เหตุ “กรธ.” ยังเสียงแตก ฝาก “สนช.” ทำคลิปชวนปชช.ลงประชามติคำถามพ่วง ให้ใช้กลไกรัฐอย่างระมัดระวัง
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายสุพจน์ ไข่มุกด์ รองประธาน กรธ. คนที่หนึ่งเป็นประธานการประชุม ซึ่งมีวาระรับทราบการตรวจสอบเอกสารความเห็นแย้งร่างรัฐธรรมนูญ ของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งทางคณะอนุกรรมการพิจารณาจัดทำเนื้อหาในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายศุภชัย ยาวะประภาษ กรธ. เป็นประธานอนุกรรมการฯ
ภายหลังการประชุมนายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. ให้สัมภาษณ์ว่า ทางคณะอนุกรรมการฯ ได้รายงานผลการตรวจสอบเอกสารความเห็นแย้งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้กับ ที่ประชุม กรธ. รับทราบด้วยวาจา พบว่าเอกสารของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ เรื่อง7เหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นั้นเข้าข่ายบิดเบือนเนื้อหา ให้ผิดไปจากข้อเท็จจริงและอาจก่อให้เกิดความเข้าใจที่สับสนกับประชาชนพร้อมกับสร้างให้เกิดภาพที่หวาดกลัวเกินจริง เช่น เหตุผลที่ระบุว่าส.ว.ทหาร ตั้งโดยทหาร ที่อ้างถึงบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญ ที่ให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้งส.ว.ชุดแรกได้ ซึ่งข้อเท็จจริงยังไม่ทราบว่า คสช. จะเลือกบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทหารมาเป็นส.ว.จริงหรือไม่ เป็นต้น ขณะที่เอกสารว่าคำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ10 เรื่องน่ารู้ ของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่นั้น พบประเด็นที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดจากข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ อนุกรรมการฯ ได้เสนอแนวทางให้กรธ. พิจารณา คือ1. กรธ. แจ้งความเอาผิดกลุ่มดังกล่าวตามกฎหมาย 2. ส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559หรือ 3.ไม่ดำเนินการตามกฎหมาย แต่กรธ. ต้องเน้นการอธิบายเนื้อหาและสาระของรัฐธรรมนูญเพิ่มมากขึ้น ซึ่งที่ประชุมกรธ. ยังไม่มีมติว่าจะดำเนินการอย่างใดหรือไม่ เพราะกรธ.ยังมีความเห็นที่ไม่ทิศทางหรือข้อสรุปเดียวกัน
“กรธ. ยืนยันมาตลอดว่าไม่เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร ซึ่งผู้ที่ไม่ชอบหรือไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญนั้นมีสิทธิที่จะแสดงออก แต่บางครั้งการใช้สิทธิส่วนบุคคลเพื่อแสดงความเห็น อาจมีผลทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ ทั้งอาจจากการตีความที่ไม่ตรงกันหรือตีความที่เกินเลยไปจากข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามผลของการลงประชามติไม่ว่าจะเป็นอย่างไร รัฐบาลได้ยืนยันแล้วว่าจะทำตามโร้ดแม๊พ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติก็ต้องว่ากันไปเป็นจุดๆ” นายอุดม กล่าว
โฆษก กรธ. กล่าวถึงกรณีที่มีการวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมและเข้าข่ายโน้มน้าวประชาชนให้ไปออกเสียงลงประชามติในคำถามประกอบร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำคลิปเพื่อเชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิ ซึ่งปรากฎภาพการกาบัตรลงคะแนนในช่องเห็นชอบ จำนวน2ครั้ง ว่า กรณีที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับกรธ.ต้องสอบถามกับทางสนช. ทั้งนี้ที่ผ่านมากรธ.มีความระมัดระวังในเรื่องการผลิตสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน ในฐานะคนทำงานก็ต้องใช้กลไกของรัฐทำงานด้วยความระมัดระวัง



