ข่าว

“ป.ป.ช.”โวปราบโกงระยะ 3 พลิกโฉมประเทศ 

“ป.ป.ช.”โวปราบโกงระยะ 3 พลิกโฉมประเทศ 

06 ก.ค. 2559

 “ป.ป.ช.”หวังยุทธศาสตร์ชาติป้อง-ปราบ ทุจริตระยะ 3 จะพลิกโฉมประเทศ ฟุ้ง ปีหน้า จะเคลีย์ให้ได้500คดี คิดเป็น ร้อยเปอร์เซ็นต์ของปีนี้ ลั่น คดีต่างต้องจบใน 2 ปี

 

          6 ก.ค.59 - พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช. เป็นประธานเปิดการประชุมทิศทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (2560-2564) โดยพล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติระยะที่ 3  เพื่อร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการต่อต้านทุจริตทุกรูปแบบ มุ่งเน้นการจัดการปัญหาทุจริต “ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต่อต้านทุจริต” ให้ความสำคัญกับการขัดเกลาสังคมในทุกระดับ และทุกช่วงวัย พร้อมกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองร่วมแสดงเจตนารมย์ในการต่อต้านทุจริตและปฏิรูปการดำเนินงานเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หากสามารถทำได้เชื่อว่าจะยกระดับค่าดัชนีชี้วัดเรื่องการทุจริตในประเทศไทยดีขึ้น ทั้งนี้หลังจากการประชุมวันนี้คณะกรรมการป.ป.ช.จะรวบรวมความคิดเห็นของทุกท่านเพื่อไปปรับปรุงแผนยุทธศาสต์ฯ ก่อนที่จะนำแผนยุทธศาสตร์ฯเสนอเข้าครม.ในเดือนสิงหาคมนี้ต่อไป

          จากนั้น พล.อ.วัชรพล กล่าวบรรยายพิเศษ หัวข้อ “ทิศทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ 3 (พ.ศ.2560-2564)” ว่า เราอยากให้ประเทศไทยของเราได้รับการประเมินดัชนีการรับรู้เรื่องการทุจริต (ซีพีไอ)​ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ทั้งนี้สิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันพยายามทำคือแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเราพบข้อมูลว่า แนวโน้มของการทุจริตคอร์รัปชั่นจะมีความรุนแรงและซับซ้อน ยากที่หน่วยงานจะตรวจสอบได้ จากข้อมูลตรงนี้จึงทำให้เกิดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สปท.ได้เป็นผู้ดำเนินการศึกษา และเสนอให้มียุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาดังกล่าวไว้ 3 หัวข้อที่น่าสนใจคือ 

          1.ยุทธศาสตร์การปลูกฝังคนไทยไม่โกง เน้นให้คนเป็นศูนย์กลางของการปฏิรูป 2.ยุทธศาสตร์การป้องกันด้วยการเสริมสร้างสังคมธรรมภิบาล และ 3.ยุทธศาสตร์การปราบปรามการทุจริต อย่างไรก็ตาม เรื่องการทุจริตที่มีการร้องเรียนมายังป.ป.ช.นั้นมีกว่าหนึ่งหมื่นเรื่อง แต่เราสามารถจัดการได้เพียงหลักร้อย คือประมาณสองร้อยกว่าเรื่องเท่านั้น หากเรายังดำเนินการในลักษณะเดิมป.ป.ช.จะกลายเป็นองค์กรที่ล้มเหลวเรื่องประสิทธิภาพ เราจึงต้องเร่งพัฒนากระบวนการทำงานขององค์กรอิสระต่าง ๆ โดยยุทธศาสตร์ชาติระยะที่ 3 นี้ จะมุ่งเน้นการปราบปรามการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง คือ เริ่มตั้งแต่กระบวนการเข้าสู่อำนาจของนักการเมือง และข้าราชการ การนำนโยบายไปปฏิบัติ ในระยะกลาง มุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาระบบ นวัตกรรมมาใช้ในการวางระบบการป้องกันการทุจริตในเชิงรุก และระยะสามคือการปฏิรูปกลไก ประสิทธิภาพการปราบปรามเพื่อให้บรรลุผล และระยะที่ 4 คือการติดตามผลการดำเนินงาน โดยจะนำดัชนีชี้วัดเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น เช่น ค่าซีพีไอที่จะทำให้รู้ว่าการทำงานมีความโปร่งใสหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งหากสามารถดำเนินการจนค่าซีพีไอมากกว่าร้อยละ 50 จะถือเป็นการพลิกโฉมประเทศไทยเรื่องการปราบปรามการทุจริต ทั้งนี้ ป.ป.ช.จะต้องมีการตั้งกรรมการติดตามและประเมินผลของยุทธศาสตร์ชาติระยะที่ 3 นี้ ด้วย

           พล.อ.วัชรพล กล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ป.ป.ช.พร้อมทำงานหนัก โดยรัฐบาลได้เพิ่มเจ้าหน้าที่เพื่อให้ทำงานให้ป.ป.ช.อีก 700 คน เราจึงตั้งเป้าว่า ในปีหน้าเราจะพิจารณาคดีให้ได้ 500 คดี คือคิดเป็น 100% ของปีที่ผ่านมา และต่อ ๆ ไป เราก็จะเร่งดำเนินการให้คดีต่าง ๆ ทั้งหมดพิจารณาเสร็จสิ้นภายใน 2 ปี อย่างไรก็ตาม เราตั้งเป้าเบื้องต้นว่า การไต่สวนคดีเล็ก เช่น คดีในต่างจังหวัด จะต้องพิจารณาและไต่สวนให้เสร็จภายใน 6 เดือน และส่งให้อัยการภายในช่วงระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับที่ขณะนี้สนช.ได้เห็นชอบตั้งศาลคดีทุจริตแล้ว