ข่าว

แก้ทุจริตได้จริงหรือ กม.จัดซื้อจัดจ้างใหม่?

แก้ทุจริตได้จริงหรือ กม.จัดซื้อจัดจ้างใหม่?

01 ก.ค. 2559

​​​​​​​สนช.รับหลักการกม.จัดซื้อจัดจ้าง วางมาตราฐานกลางคุมเข้มทุกหน่วยงาน  

             1 ก.ค. – การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)วันนี้ นายพีระศักดิ์ พอจิต  รองประธานสนช.คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธาน เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริการพัสดุภาครัฐ พ.ศ...ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงสาระสำคัญว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ได้มีการรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายแล้ว ซึ่งปัญหาการทุจริตเกิดจากหน่วยงานของรัฐมีระเบียบเป็นของตนเอง บางครั้งการอนุมัติก็ไม่ได้เป็นไปตามระเบียบ ไม่มีเกณฑ์มาตรฐานกลาง ไม่มีระบบศูนย์กลางจัดซื้อจัดจ้าง  ขาดการตรวจสอบ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐมีกรอบการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยกำหนดเกณฑ์มาตราฐานกลางเพื่อให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งนำไปใช้เป็นหลักปฏิบัติ และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม  รวมทั้งเพื่อให้เป็นหลักธรรมาภิบาล มีการส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งเพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตประพฤติชอบในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ  ซึ่งร่างพ.ร.บ.นี้จะใช้บังคับกับหน่วย งานของรัฐทุกแห่ง องค์การมหาชน องค์การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ หน่วยธุรการของศาล มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หน่วยงานสังกัดรัฐสภาหรือในกำกับของรัฐสภา หน่วยงานอิสระของรัฐ และหน่วยงานอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้               

 

               สำหรับ เนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ กำหนดให้มีคณะกรรมการ 5 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์  เพื่อทำหน้าที่เสนอแนะนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และบริหารพัสดุภาครัฐต่อคณะรัฐมนตรี ตีความและวินิจฉัยปัญหาข้อหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ กำหนดให้มีการผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมเป็นผู้ยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐได้ ต้องเป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลาง ส่วนโทษสำหรับเจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการเกี่ยว กับการจัดซื้อจัดจ้าง และบริหารพัสดุ ที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหาร ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 4 หมื่นบาทถึง 4 แสนบาท

 

                ผู้สื่อข่าวรายงาน สมาชิกได้อภิปรายสนับสนุนโดยเห็นว่า เป็นร่างที่รวบรวมระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐมาอยู่รวมกันเพื่อให้มีมาตราฐานเดียวกัน  จัดให้มีราคากลาง เปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนรับทราบเพื่อให้เกิดการตรวจสอบ โปร่งใส ป้องกันการทุจริต

 

               ขณะที่นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ สนช. อดีตกรรมการประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท . จำกัด (มหาชน)  มีข้อท้วงติง ว่า เป็นเรื่องที่ต้องมีความระมัดระวัง และต้องปรับให้เข้ากับหน่วยงานของรัฐแต่ละแห่งเพราะแต่ละแห่งก็มีความแตกต่าง ซึ่งอาจมีปัญหาตามมา โดยเฉพาะภาครัฐที่จะเข้าแข่งขันกับภาคเอกชน  เช่น การบินไทย  ปตท. กรุงไทย   จะไม่สามารถเข้าแข่งขันด้านพานิชย์กับเอกชนได้  เช่น ธุรกิจน้ำมัน ด้านโทรคมนาคม ร้านสะดวกซื้อ ทั้งนี้รวมไปถึงหน่วยงานของรัฐที่อยู่ต่างประเทศด้วย ที่จะมีระเบียบแตกต่าง แม้จะมีบางเรื่องที่เป็นข้อยกเว้นก็อยากให้มีความชัดเจน

 

                นายวิสุทธิ์ ชี้แจงว่า  ขอรับข้อเสนอขอสมาขิกไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ แต่ขอยืนยันว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับบี้ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการรั่วไหลของเงินงบประมาณของประเทศ  ส่วนข้อกังวลในเรื่องของการแข่งขันด้านพานิชย์กับเอกชนนั้น ในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จะมีข้อยกเว้นแล้วแต่กรณี หรือในการจัดซื้อจัดจ้างบางประเภทก็สามารถที่จะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการทื่มีอยู่ในจำนวน 5 ชุดนี้ได้

 

                จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการวาระแรกด้วยคะแนนเสียง 166 เสียง งดออกเสียง  3 เสียง และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 23 คน