
"เต้น" เดินหน้า "รธน.มีชัย ประเทศไทยเดินหน้าหรือถอยยาว"
"ณัฐวุฒิ"ยันเดินหน้ารายการ "รธน.มีชัย ประเทศไทยเดินหน้าหรือถอยยาว" ตอนแรก1ก.ค. เผย "ประวิทย์-พิมพ์ศิริ" วิทยากรตอนแรก "เหลียวพม่า แลอังกฤษ ข้อคิดเรื่องประชามติ"
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า ความจริงจากการพ่ายแพ้คาซัคสถานในการลงมติกลางเวที UN คือ ประชาธิปไตยเป็นต้นทุนสำคัญของประเทศ เมื่อไม่มีประชาธิปไตยก็ยากที่จะประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะการไปแข่งกับคาซัคสถานในวันที่รัฐบาลไล่จับนักศึกษาเข้าฑัณทสถาน แล้วจะคาดหวังการสนับสนุนได้อย่างไร ทั้งนี้ ถ้าผู้มีอำนาจมีวิธีคิดว่า การปิดปากประชาชนในประเทศจะตบตาประชาคมโลกได้นั้นถือว่าคิดผิดมหันต์ เพราะจากการหารือกับองค์กรต่างประเทศทั้งหลายเขาทราบสถานการณ์ในประเทศไทยดี มีแต่รัฐบาลที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ของตัวเอง จึงคิด พูด และทำเข้ารกเข้าพงไปเรื่อยโดยไม่ฟังเสียงทักท้วง
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า สำหรับความเคลื่อนไหวเรื่องประชามติแม้มาตรา 61 วรรค 2 ยังมีผลบังคับใช้นั้น การจัดรายการให้ความรู้ประชาชนในชื่อ "รัฐธรรมนูญมีชัย ประเทศไทยเดินหน้าหรือถอยยาว" ออกอากาศทาง PEACE TV เวลา 18.30 น.เริ่มตอนแรก 1 ก.ค.ยังคงเดินหน้าต่อไป เพราะมั่นใจว่าไม่เป็นความผิด และเห็นว่ารายการที่จัดโดยกกต.เป็นการเลือกข้างชัดเจน ประชาชนไม่มีโอกาสรับข้อมูลรอบด้าน ส่วนกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. แสดงความห่วงใยนั้น ขอบอกว่าไม่กลัว ตนรู้ว่าอะไรทำได้หรือไม่ สิ่งที่กกต.ควรห่วงคือ การปิดกั้นเสรีภาพของประชาชน ไม่ใช่การพยายามเปิดเวทีให้ความเห็นที่หลากหลาย
"สำหรับตอนแรกนั้น จะนำเสนอประเด็น "เหลียวพม่า แลอังกฤษ ข้อคิดเรื่องประชามติ" โดยมีนายประวิทย์ โรจนพฤกษ์ สื่อมวลชนผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศ และน.ส.พิมพ์ศิริ เพชรน้ำรอบ นักกิจกรรมผู้ติดตามสถานการณ์พม่าอย่างใกล้ชิดร่วมเป็นวิทยากร ประชาชนจะได้ทราบว่า การทำประชามติของไทยเหมือนหรือต่างกับของชาติไหนอย่างไร ส่วนเนื้อหาและวิทยากรตอนอื่นๆ นั้นจะแจ้งให้ทราบในรายการทุกวัน เชื่อว่าจะเป็นรายการที่สาระหาดูไม่ได้ในรายการช่องอื่น เพราะไม่อยู่ใต้การบังคับของกกต. แต่ขอยืนอยู่กับเสรีภาพของประชาชน" นายณัฐวุฒิ กล่าว.



