ข่าว

ปธ.กกต.ย้ำม.61 ไม่กระทบประชามติ 

ปธ.กกต.ย้ำม.61 ไม่กระทบประชามติ 

29 มิ.ย. 2559

         ปธ.กกต. ไม่กังวลศาลรธน.วินิจฉัยม.61 วรรคสอง ย้ำไม่กระทบประชามติ เแจงประกวดราคาสื่อประชาสัมพันธ์โดยวิธีพิเศษ ประหยัดงบ-ย่นเวลา

        นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำประชามติ ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ว่า ภาพรวมของการดำเนินการนับว่าดีมาก โดยคณะกรรมการออกเสียงประจำเขตออกเสียง (กอส.เขต) ที่กกต.ตั้งขึ้นส่วนใหญ่เป็นอดีตกกต.จังหวัดและอดีตผู้บริหารของกกต.จังหวัด ซึ่งเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งเป็นอย่างดี จึงคิดว่าการทำประชามติครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนกรณีที่ผลสำรวจของหาดใหญ่โพลล์ระบุว่า ประชาชนกว่าร้อยละ 98 ไม่ทราบว่าวันที่ 7 ส.ค.59 คือ วันลงประชามติ ทางกกต.ไม่กังวล เนื่องจากขณะนี้มีการเร่งประชาสัมพันธ์การทำประชามติอย่างเต็มที่ ซึ่งผลสำรวจดังกล่าวสำรวจประชาชนเพียงไม่กี่คน ดังนั้น จะมาสรุปว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้วันลงประชามติไม่ได้ เท่าที่ตนลงพื้นที่ไปตรวจเยียมความพร้อมในการทำประชามติตามจังหวัดต่าง ๆ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ทราบว่าวันที่ 7 ส.ค.เป็นวันลงประชามติ โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคใต้ 

         นายศุภชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัย มาตรา 61 วรรคสองของพ.ร.บ.ประชามติ ขัดรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว หรือไม่ ในวันนี้(29มิ.ย.) ว่า กกต.ไม่มีความกังวล เพราะการออกเสียงประชามติจะดำเนินการต่อไป และมีการลงคะแนนในวันที่ 7 ส.ค.แน่นอน แต่หากศาลวินิจฉัยว่า มาตรา 61 วรรคสองขัดรัฐธรรมนูญก็จะมีผลแค่วรรคดังกล่าวเท่านั้นและยังมีกฎหมายอื่น ๆ ใช้บังคับอยู่ ส่วนการเคลื่อนไวของกลุ่มต่าง ๆ เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ขอยืนยันว่าสามารถทำได้ หากไม่ขัดพ.ร.บ.ประชามติ ส่วนกรณีที่กลุ่มประชาธิปไตยใหม่เชิญกกต.ทั้ง 5 คน ไปเยี่ยมกลุ่มนักศึกษาที่ถูกคุมขังที่เรื่อจำพิเศษกรุงเทพนั้น กกต.คงไม่ไปตามคำเชิญ เนื่องจากไม่ใช่หน้าที่ เพราะกกต.มีหน้าที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การทำประชามติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต และเที่ยงธรรม เท่านั้น 

          นายพีระพงษ์ ไพรินทร์ ผู้ตรวจการกกต.ในฐานะประธานกรรมการจัดจ้าง กล่าวว่า การจัดประกวดราคาโดยวิธีพิเศษ โครงการผลิตสื่อและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การจัดจ้างผลิตสื่อประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติ ภายในวงเงิน 5.9 ล้านบาท และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สื่อดังกล่าว ภายในวงเงิน 24.7 ล้านบาท ซึ่งบริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด เป็นผู้ชนะการประกวดราคาดังกล่าว โดยเป็นบริษัทที่ตรงวัตถุประสงค์ที่กกต. ต้องการ ทั้งทางด้านเทคนิคและด้านราคา ซึ่งบริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด ถูกคัดเลือกมาจาก 6 บริษัท ที่ผ่านรอบคัดเลือกเข้ามา กกต.สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับการดำเนินการโครงการดังกล่าวได้ทุกคำถาม ยืนยันว่าสิ่งที่ กกต.ทำไปนั้น ได้ทั้งเนื้องานและราคาที่ต่ำประหยัดงบประมาณถึง 2.1 ล้านบาท  

          นายพีระพงษ์ กล่าวอีกว่า ปกติแล้วกกต.ไม่เคยทำเกี่ยวกับการประกวดราคาโดยวิธีพิเศษ ในจำนวนเงินที่มากขนาดนี้ แต่ในขอบเขตอำนาจของระเบียบ และเหตุผลที่จะต้องดำเนินการประกวดราคา โดยวิธีพิเศษ ก็คือ ต้องการเร่งรัดเอาผู้เสนอราคามาดำเนินการให้ทันระยะเวลา ซึ่งเนื้อหาในการเสนอก็ต้องตรงกับคอนเซ็ปของ กกต.ด้วย โดยในส่วนนี้ กกต.เองก็มีความกังวลว่าจะออกมาแบบดีที่สุดและราคาถูกที่สุดหรือไม่ แต่ปรากฎว่าบริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด เป็นบริษัทที่ กกต.ต้องการที่สุด เราประหยัดงบ  โดยเสนอราคาอยู่ที่ 28.5 ล้านบาท ถือว่าเป็นการเสนอราคาที่ถูกที่สุดแล้ว เป็นการรักษาผลประโยชน์ของราชการแล้ว หากถามว่าทำไม กกต.ไม่ดำเนินการเอง เนื่องจากคณะกรรมการ กกต.อนุมัติงบประมาณมาแล้ว ในส่วนที่ กกต.ทำได้ก็ดำเนินการอยู่ แต่บางส่วนศักยภาพของ กกต.ไม่เพียงพอ เช่น สปอร์ตโทรทัศน์และวิทยุกกต.ไม่มีเครื่องมือและเครือข่ายมากพอที่จะไปทำเอง จึงจำเป็นต้องให้ต้องหาผู้ที่มีวิชาชีพมาช่วยงาน กกต.ในส่วนนี้ 

         “กกต.สามารถตอบทุกคำถามเลยว่าผลกำไรที่รัฐได้รับนั้น ได้ทั้งเนื้องานและราคาที่ต่ำเกินคุ้ม นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่กกต.จัดโครงการประกวดราคา โดยวิธีพิเศษขึ้นมา และขอย้ำว่าทำไม กกต.ทำไม่ได้ คือระยะเวลารวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือในการดำเนินการไม่เพียงพอ ถ้ากกต.ทำเองก็ไปจ้างคนอื่นอยู่ดี”นายพีระพงษ์ กล่าว

          นายพีระพงษ์ กล่าวต่อว่า  การดำเนินการดังกล่าวเป็นการลงทุนในภาพกว้างของประเทศ ส่วนภาพแคบลงมา กกต.ก็ดำเนินการอยู่ โดยการเชิญชวนและรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ การที่เอาสื่อมาช่วยในส่วนนี้ เพราะอยากจะให้ช่วยกระจายในหลาย ๆ ด้านเพื่อให้คลุมทั่วประเทศ โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ วันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา