
กกต.ติวเข้มจนท.ยึดกฎหมาย-เป็นกลางจัดประชามติ
ประธานกกต.ติวเข้มเจ้าหน้าที่คนกกต.ยึดหลักกฎหมาย-วางตัวเป็นกลาง จัดประชามติ มั่นใจคำวินิจฉัยศาลรธน.ไม่กระทบ
สำนักงานกกต.โครงการอบรมบุคลากรของสำนักงาน กกต.ในเขตพื้นที่ภาคกลางเพื่อเตรียมการออกเสียงประชามติ โดยมีคณะกรรมการออกเสียงประจำเขตออกเสียง และผู้อำนวยการเขตออกเสียงประจำเขตออกเสียงในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 547 คนร่วมอบรม โดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า เรื่องที่ต้องทำความเข้าใจคือ วันนี้เวลา 13.30น.เป็นเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญจะลงมติวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 หรือไม่ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลในวันนี้จะไม่กระทบกระบวนการและขั้นตอนการออกเสียงประชามติ โดยกกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าต่อไป หากคำวินิจฉัยออกมาว่ามาตราดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้การกระทำที่เคยเกิดขึ้นและมีการแจ้งความ ก็จะไม่ถือเป็นความผิดและต้องรับโทษ ขณะเดียวกันยังมีมาตรา 61 วรรคสาม ที่ยังใช้บังคับอยู่ หากเป็นการกระทำที่เข้าข่ายก่อความวุ่นวาย หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ หรือใช้อิทธิพลคุกคามยังถือเป็นความผิดตามกฎหมายเหมือนเดิม “มีเรื่องหนึ่งที่คนที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ต้องเฝ้าระวังคือการแสดงความคิดเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญทางโซเชียลมีเดียว่าจะขัดพ.ร.บ.ประชามติหรือไม่ หากเป็นการมุ่งหวังไม่ให้ไปออกเสียง ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ถือว่าผู้นั้นก่อความวุ่นวายให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่หากแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่ผิดกฎหมาย เขาก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้ตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ประชามติ
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ขอให้ตระหนักว่าการออกเสียงประชามติเป็นกลไกสำคัญของประชาธิปไตย ที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง และยังสัมพันธ์กับการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองและทิศทางการปฏิรูปประเทศ นอกจากนั้นสถานการณ์ทางการเมือง บริบทแวดล้อมในการทำประชามติครั้งนี้ไม่เหมือนการทำประชามติเมื่อปี 50 โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายต่าง ๆ นั้น ที่จ้องจับผิดกันอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งมีความพยายามทำให้เกิดเหตุการณ์ที่หมิ่นเหม่ต่อการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องหลายรูปแบบและหลายพื้นที่
ดังนั้นเพื่อเป็นหลักประกันในการทำงานทุกคนจะต้องยึดหลักกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และวางตัวเป็นกลาง นอกจากนั้นต้องให้ความสำคัญกับการคัดเลือก แต่งตั้ง รวมทั้งการจัดประชุมฝึกอบรมต่าง ๆ อย่าเน้นที่ปริมาณ โดยเฉพาะหน่วยออกเสียง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นจุดที่เกิดการร้องคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนั้นที่ผ่านมาสำนักงาน กกต.กกต.เขต คณะอนุกรรมการประจำอำเภอ และหน่วยงานสนับสนุนการเลือกตั้ง ต่างก็ถูกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินทักท้วงและมีการตั้งข้อสังเกตไว้หลายเรื่อง ดังนั้นเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณครั้งนี้เป็นไปดัวยความประหยัด คุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด จึงอยากให้ ผอ.กกต.จังหวัดทำความเข้าใจให้ถูกต้องตรงกัน



