
“บิ๊กตู่”แจงงบปี 60 3 ชั่วโมงรวด เผยสวดมนต์ขอพรให้งบผ่าน
“บิ๊กตู่”แจงงบปี 60 3 ชั่วโมงรวด เผยสวดมนต์ขอพรให้งบผ่าน เผยสถานะการเงินคลังมีกว่า 2.3 แสนล้าน รับกำลังจับการลงประชามติออกจากอียูของอังกฤษ
ที่รัฐสภามีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2560 ในวาระแรกขั้นรับหลักการ จำนวน 59 มาตรา วงเงิน 2.73 ล้านล้านบาท ที่ครม.เป็นผู้เสนอ มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีสมาชิกสนช.เข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. นำทีมครม.เช้าชี้แจงต่อที่ประชุม
พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า ก่อนมาชี้แจงตนได้ไปสวดมนต์ไหว้พระที่ประเทศอินเดียเพื่อให้การแถลงงบประมาณปี 60 ผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย ซึ่งงบประมาณรายจ่ายปี 2560 วงเงิน 2,733,000 ล้านบาท เป็นการดำเนินนโยบายแบบขาดดุล เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ มีงบประมาณรายจ่ายเพียงพอในการขับเคลื่อนนโยบาย และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน เป็นการจัดงบประมาณขาดดุล 390,000 ล้านบาท ซึ่งยังอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อวินัยและฐานะการคลังของประเทศในระยะยาว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานะเงินคงคลัง ณ วันที่ 3 มิ.ย. 59 จำนวน 230,228 ล้านบาท รัฐบาลจะต้องบริหารเงินคงคลังให้อยู่ในสถานะที่เหมาะสม บริหารรายรับรายจ่ายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับฐานะทางการเงินปี 2559 คณะกรรมการนโยบายการเงิน ( กนง.)ให้ความสำคัญรักษาภาวะทางการเงินให้อยู่ในระดับผ่อนคลาย สนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มการฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป สภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและนอกประเทศ ปัจจัยเสี่ยงที่อาจมีผลกระทบจากการประเมินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้ง ครั้งละร้อยละ 0.25 และอัตราตอบแทนพันธบัตรระดับต่ำ อัตราดอกเบี้ยการให้กู้ยืมแนวโน้มปรับลดลง ช่วยให้ฐานะทางการเงินได้ผ่อนคลายในระดับการฟื้นตัว และมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 1.5 ในการประชุม 3 ครั้งในปี 59
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามเรายังต้องระมัดระวังความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงินในช่วงต่อไป เช่น การเข้าออกอียูของสหราชอาณาจักร การเพิ่มดอกเบี้ยของตะวันตก แต่ฐานะการเงินของประเทศในปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ดี มีมูลค่าเงินสำรองระหว่างประเทศ ณ วันที่ 27 พ.ค. 59 จำนวน 176,098.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดประมาณ 3 เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่มั่นคง ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศมีการพัฒนาตามเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2560-2579)การบริหารราชการแผ่นดินที่ต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน เรายึดหลักการสำคัญ 2 ประการคือน้อมนำยุทธศาสตร์เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชดำรัสของในหลวง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจไทยปี 2559 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 3-3.5 ปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 2.8 ปี 2558 สำหรับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2559 คาดว่า อยู่ในช่วงร้อยละ 0.1-0.6 ส่วนเศรษฐกิจไทยปี 2560 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.7-4.2 ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี 2559 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่จะทำให้ภาคการส่งออกกลับมาขยายตัวและสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจได้มากขึ้น เมื่อรวมกับแนวโน้มความคืบหน้าของการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จากภาครัฐ คาดว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวได้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับการผลิตภาคเกษตรที่มีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้น เป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการขยายตัวเศรษฐกิจในภาพรวม สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจปี 2560 ยังมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดี คาดว่าเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 1.7 -2.2 ขณะที่การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเริ่มปรับตัวลดลงช้าๆตามแนวโน้มการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ และแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก อย่างไรก็ตามทุกอย่างจะดีขึ้นหรือลดลงขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของรัฐบาล และความสงบเรียบร้อยของประเทศด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 จึงได้มีการปรับปรุงโครงสร้างจำแนกออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.งบกลาง 340,918 ล้านบาท 2.งบประมาณรายจ่ายกระทรวงและหน่วยงาน 1,445,956 ล้านบาท 3.กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ 437,899 ล้านบาท 4.กลุ่มงบประมาณรายจ่ายพื้นที่ 264,343 ล้านบาท 5.กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ 243,881 ล้านบาท ทั้งนี้เราจะจัดสรรงบประมาณตามลำดับความสำคัญและกลุ่มงบประมาณรายจ่ายให้มีความคล่องตัว ยืดหยุ่นและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการจัดทำงบประมาณ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ให้ความสำคัญกับนโยบายบูรณาการสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 20 ปี และแผนปฏิรูปที่บรรจุไว้แล้วใน 25 เรื่อง โดยจัดเข้าในกลุ่มงบประมาณบูรณาการ 23 เรื่อง งบประมาณรายจ่ายพื้นที่ 2 เรื่อง เพื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นรูปธรรม โดยมีการกำหนดเป้าหมายในการดำเนินการอย่างชัดเจน ให้มีความเชื่อมโยงสอดคล้องกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการประหยัดงบประมาณ นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำงบประมาณ โดยพิจารณาการครอบคลุมของแหล่งเงิน ทั้งเงินนอกงบประมาณ เงินงบประมาณ เงินกู้ เงินรายได้ เงินสะสมของหน่วยงาน รวมทั้งการสิ่งเสริมการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการพิจารณาทบทวนเพื่อชะลอปรับลดหรือยกเลิก ภารกิจที่มีความสำคัญในระดับต่ำ หรือหมดความจำเป็น ไม่เกิดผลสัมฤทธิ์หรือความจำเป็นในปัจจุบัน หรือทำต่อไปจะสร้างภาระหนี้สาธารณะเกินความจำเป็น ให้นำงบประมาณที่เหลือ ที่ผูกพันงบประมาณไม่ได้ เบิกจ่ายไม่ได้ ไปจัดทำภารกิจที่มีความสำคัญเร่งด่วน มีความคุ้มค่า ซึ่งเริ่มทำตั้งแต่ปีนี้แล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 แยกเป็นรายจ่ายประจำ 2,103,422 ล้านบาท วันหน้าเราต้องลดรายจ่ายนี้ให้ได้มากที่สุด ต้องลดข้าราชการ ปรับโครงสร้างหน่วยงาน ตนกำลังคิดอยู่และรู้ว่าติดอยู่ตรงไหนค่อยมาหารือร่วมกัน โดยให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.)และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)ไปพิจารณา ไม่ต้องห่วงปรับหมดทุกกระทรวง แต่อย่าไปทำให้เขาเดือดร้อน รายจ่ายเพื่อการลงทุน 548,391 ล้านบาท รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 81,186 ล้านบาท ดังนั้นยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณปี 60 ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์และรายการค่าดำเนินการภาครัฐ คือ 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ จำนวน 157,155 ล้านบาท 2. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จำนวน 323,656 ล้านบาท 3. ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน จำนวน 231,894 ล้านบาท 4.ยุทธศาสตร์ด้านการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างการเติบโตจากภายใน จำนวน 241,149 ล้านบาท 5.ยุทธศาสตร์ด้านการจัดการน้ำและการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จำนวน 110,156 ล้านบาท 6.ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐและรายการค่า ดำเนินการภาครัฐ 330,410 ล้านบาท 7.รายการค่าดำเนินการภาครัฐ จำนวน 1,338,577 ล้านบาท
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวว่า จากการจัดอันดับในเว็บไซต์วิกิพีเดียของนานาชาติในเรื่องต่างๆ ที่เรานำมาพิจารณา สังเคราะห์ เพื่อวางแผนงานของ คสช. พบว่า มีคนอยากเกิดในประเทศไทยเป็นอันดับที่ 50 จาก 80 ประเทศ แต่วันนี้ไม่รู้ว่าจะยังอยากมาเกิดเป็นคนไทยหรือไม่ เพราะคนไทยไม่เหมือนชาติอื่นในโลก ทุกคนรักชาติ มีความหวังดี แต่หาจุดร่วมกันไม่ได้ ร่วมมือกันไม่ได้ มักเอาเรื่องความขัดแย้งหรือปัญหาใหญ่มาพูดกันก็ไปไม่ได้ จึงต้องหาให้ได้ว่าอะไรเป็นปัญหาหลัก และปัญหารอง แล้วนำมาพูดกัน ทุกคนต้องคิดใหม่ทั้งหมด ถ้าคิดแบบเดิมไม่มีวันสำเร็จ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องงบประมาณฯ รัฐบาลมีข้อจำกัดมากขึ้น เพราะมีรายจ่ายงบประมาณแผ่นดินเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ ขณะที่การขึ้นภาษีทำได้ยาก รัฐบาลพยายามทำทุกอย่าง หากจะมาบอกว่าทุจริตหรือโกง ก็ให้ไปสอบมา รัฐบาลทำทุกอย่างให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม วันนี้สังคมตื่นตัวเรื่องประชมติ ตนก็ไม่ขัดแย้ง การเมืองก็เป็นอย่างนี้ ผลโพลล์ออกมาว่า ประชาชนมีกี่คนที่เข้าใจรัฐธรรมนูญ แล้วจะให้ทำอย่างไรถ้าความขัดแย้งยังเป็นเช่นนี้ ตนไม่ใช่ศัตรูใคร และประเทศไทยไม่เป็นภาระของโลก ไม่เป็นภาระยูเอ็น แต่มีบางคนชอบไปสร้างภาระให้ยูเอ็น ตนไม่เข้าใจ ที่ไปร้องเรียนกันนั้น เป็นคนไทยหรือไม่ ยืนยันว่า กฎหมายต้องเป็นกฎหมายไม่เช่นนั้นก็อยู่กันเช่นนี้ ถึงอย่างไรรัฐบาลโดนด่าอยู่แล้ว
“สิ่งที่ผมพูดเพิ่มเติม ต้องกราบขอโทษพวกพี่ๆด้วย มันเป็นตัวตนของผม ไม่ว่ากี่ปีกี่เดือนกี่วัน ผมก็เป็นแบบนี้ หลายคนบอกว่านายกฯต้องไม่เป็นแบบนี้ ผมพยายามทุกวัน นอนตื่นมาก็เตือนตัวเองว่า อย่าเป็น อย่าเป็น พอก้าวแรกออกมาจากบ้านก็เริ่มเหมือนเดิม เพราะปัญหามันเข้ามาแล้ว เข้ามาตลอดเดี๋ยวตรงนั้นเดี๋ยวตรงนี้ ทุกอย่างจะแก้ไขไม่ได้เลย หากทุกคนยังติดกับดักตัวเอง ติดอัตตาตัวเอง ดังนั้น ต้องปรับปรุงทั้งหมด ผมเองก็ต้องปรับปรุง ก็ต้องปฏิรูปตัวผมเอง ปฏิรูปจากหัวใจของผม มันใช้อย่างอื่นไม่ได้เลย ต้องใช้หัวใจและสมอง หาช่องทางความร่วมมือกันให้ได้ วันนี้ผมยอมทุกอย่าง เพราะมันคือชีวิตผม ชีวิตพวกผมที่เสี่ยงทุกวันนี้ ถ้าผมทำไม่สำเร็จมันก็อยู่กันไม่ได้ ผมจะไม่ยอมให้แผ่นดินนี้มันต่ำไปกว่านี้อีกแล้ว จะเกิดอะไรก็เกิด ผมก็สู้ทุกอย่าง แต่ให้ถูกวิธีแล้วกัน ไม่ใช่ตะโกนบอก อยู่ต่อ อยู่ต่อ โดนทุกวัน มันต้องเป็นไปตามกระบวนการของมัน โรดแมปมันมีของมันอยู่” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ใช้เวลาชี้แจงเรื่องงบประมาณรายจ่ายปี 2560 ยาวร่วม 3 ชั่วโมง โดยก่อนที่จะเข้าเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2560 นายกฯได้พูดเกริ่นนอกประเด็นถึงผลงานและนโยบายต่างๆของรัฐบาล เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะเข้ามาพูดในเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.อีก 2 ชั่วโมง



