
“สภากลาโหม”รับทราบแผนเตรียม-ใช้กำลัง 7 ปี
“สภากลาโหม”รับทราบแผนเตรียมกำลัง-ใช้กำลัง 7 ปีตามยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศ / ยันมุ่งสร้าง”หน่วย-อาวุธยุทโธปกรณ์”พร้อมรบตามความจำเป็น
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหม ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี (รอง นรม.)และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(รมว.กห.)เป็นประธานว่า ในที่ประชุมได้แจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้าของการปฏิรูปกองทัพ หลังจากมีการแต่งตั้ง “คณะกรรมการยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ” ทบทวนปรับปรุงยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศกระทรวงกลาโหมฉบับเดิมและจัดทำร่างใหม่ขึ้นแล้วคือ“ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2560-2579” โดยกำหนดเป้าหมายสุดท้าย คือการมีกองทัพ ที่มีโครงสร้างกระทัดรัด มีกำลังพลที่เหมาะสม มียุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจได้หลากหลาย”ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภากลาโหมแล้ว เมื่อ เม.ย.59
พล.ต.คงชีพ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กลาโหมกำลังเข้าสู่กระบวนการทบทวนปรับปรุง แผนการเตรียมกำลังและแผนการใช้กำลังของกระทรวงกลาโหมในภาพรวมให้มีความสอดคล้องกันอย่างเป็นระบบโดยแผนการเตรียมกำลังที่สำคัญ ที่กำลังดำเนินการอยู่ ประกอบด้วย แผนแม่บทการปฎิรูปการบริหารจัดการและการปรับปรุงโครงสร้าง พ.ศ. 2560-2567”ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จ ภายใน ส.ค.59 โดยจะใช้เป็นพื้นฐานในการปรับปรุงส่วนราชการและระบบงานทั้ง 18 ระบบงาน นอกจากนั้น จะทำการทบทวน/ปรับปรุงและจัดทำ“แผนพัฒนาขีดความสามารถกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2560-2569” ซึ่งจะใช้เป็นพื้นฐานของการเสริมสร้างหน่วยให้มีความสมบูรณ์และพร้อมรบด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ ตามความจำเป็นต่อไป
โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวต่อว่า รองนรม.และรมว.กห. ได้ย้ำถึงการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตระหว่างกระทรวงกลาโหมและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่ผ่านมาว่าเป็นเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ของกระทรวงกลาโหม.ในการร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การป้องปรามการทุจริต โดยความร่วมมือดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการปฏิรูปกองทัพที่เกี่ยวข้องกับระบบงานตรวจสอบและประเมินผลที่กำลังดำเนินงานอยู่โดยมีวัตถุประสงค์ที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการและการกำกับดูแล การใช้ทรัพยากรของกองทัพให้โปร่งใส เหมาะสม คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมรับการตรวจสอบจากทุกภาคส่วนของสังคม โดยกำชับให้หน.นขต.กห.และผบ.เหล่าทัพ ให้ความสำคัญกับกิจกรรมดังกล่าวเพื่อขยายผลสร้างความตระหนักรู้และจิตสำนึกของกำลังพลในทุกระดับของการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อลดความเสี่ยงในการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งต่อไปจะมีการขยายผลขับเคลื่อนสร้างจิตสำนึกและให้ความรู้กับกำลังพลในหลักสูตรการศึกษาของกองทัพในทุกระดับ ขณะเดียวกัน ก็ขอให้กวดขันและกำกับดูแลการบูรณาการระบบบริหารงานให้เกิดความโปร่งใส โดยยึดประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ ไม่ให้ปัญหาทุจริตเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด



