ข่าว

กกต.ตั้งคณะ3ฝ่ายเฝ้าออนไลน์24ชม.

กกต.ตั้งคณะ3ฝ่ายเฝ้าออนไลน์24ชม.

17 มิ.ย. 2559

'สมชัย' เผย กกต.ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย เฝ้าระวังออนไลน์ 24 ชม. หลังแกนนำ พท.แห่โพสต์จุดยืน รธน.


               17 มิ.ย. 59  นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง เป็นประธานการประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.ดร.นิติพัฒน์ วุฒิบุณยสิทธิ์ ผู้กำกับการ (สอบสวน) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และนายพงษ์ธร วนสุคณ ผอ.กลุ่มงานเทคนิคและเฝ้าระวังการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในการเผยแพร่ข้อมูลที่หยาบคายเป็นเท็จและปลุกระดมในการออกเสียงประชามติ

               นายสมชัย เปิดเผยหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติตั้งคณะทำงานร่วม 3 ฝ่าย คือ กกต. บก.ปอท. และไอซีที เพื่อสร้างกลไกติดตามการกระทำผิดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ร่วมกัน โดยจะติดตามการกระทำในลักษณะดังกล่าวที่ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างเคร่งครัด เนื่องจากเห็นว่าจากนี้ไปแนวโน้มการกระทำความผิดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์จะเป็นสนามรบหลักของการออกเสียงประชามติในครั้งนี้มากกว่าการกระทำผิดบนพื้นดิน

               “คณะทำงานชุดนี้เป็นการทำงานร่วมกัน โดยแต่ละฝ่ายจะมีคณะทำงานคอยติดตามการกระทำผิดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อพบเหตุการณ์เผยแพร่ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ปรากฏคำพูดที่หยาบคาย เป็นเท็จ หรือปลุกระดมนำไปสู่การลงคะแนนทางใดทางหนึ่งของการออกเสียงประชามติ เราจะดำเนินการตามกฎหมายทันที” นายสมชัย กล่าวและว่า สำหรับประชาชนที่ต้องการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญในการออกเสียงประชามติ ก็ไม่ต้องกังวล สามารถทำได้เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพอยู่แล้ว ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่หยาบคาย ปลุกระดม หรือบิดเบือนเป็นเท็จ

               ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีแกนนำพรรคเพื่อไทยโพสต์เฟซบุ๊กไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ หากพบข้อเท็จจริงว่าพรรคอยู่เบื้องหลังมีโทษถึงขั้นยุบพรรคใช่หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมีการร้องมายังนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งประธาน กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองต้องรับเรื่องไว้เพื่อสอบสวน หากนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดถึงขั้นยุบพรรคก็จะเสนอต่อที่ประชุม กกต.รับทราบเพื่อขอความเห็นชอบ ก่อนส่งให้อัยการสูงสุดส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป